วามรู้สึก“จะมามัวมุงอยู่ทำไม ไม่เคยเห็นหญิงรับใช้ลงโทษคุณหนู บ่าวรังแกเจ้านายอย่างนั้นหรือ?”
ฮือฮา
เมื่อพูดคำกล่าวนี้ออกไปก็ทำให้ทุกคนตกตะลึง
ส่วนหญิงรับใช้สามคนซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านข้างยิ่งเบิกตาโพลง มองเจียงเสวี่ยหนิงราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน
แม้แต่โหยวฟางอิ๋นเองยังนิ่งงัน
เสื้อตัวนอกที่ยังหลงเหลือความอบอุ่นประทับบนร่างนาง ส่วนหญิงสาวเยาว์วัยเบื้องหน้าหลังจากถอดเสื้อคลุมแขนกุดหลวมกว้างตัวนี้ออกก็เหลือเพียงชุดกระโปรงยาวสีขาวพิสุทธิ์เข้ารูป หยัดกายยืนตรง ความเย็นชาอาบไล้บางเบาในดวงตา
เฉิดฉันดั่งดอกเหมยกลางหิมะ เย็นชาดั่งจันทราในวารีต่อให้เป็นถ้อยคำพรรณนาหญิงงามอันไพเราะที่สุดเท่าที่เคยได้ยินจากบทละครก็ยังไม่อาจพรรณนาได้ถึงหนึ่งในหมื่นของสตรีผู้นี้
ทันใดนั้นเอง นางก็รู้สึกร้าวระบมตรงปลายจมูก น้ำตาเม็ดโตไหลพรั่งพรูจากดวงตาไม่ขาดสาย แต่ด้วยความเป็นคนไม่รู้จักพูด นางเลยเอ่ย‘ขอบคุณ’ ไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ ได้แต่มองไม่ละสายตาเท่านั้น
เมื่อเยี่ยนหลินซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามสระได้ยินเข้าก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เขากวาดสายตาผ่านเงาร่างระหงแบบบางของเจียงเสวี่ยหนิง จากนั้นจึงมองเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่กำลังยืนข้างกายตน รู้สึกว่าคนที่พวกนั้นมองหาใช่แม่นางผู้‘ตกน้ำ’ ไม่ แต่กำลังมองหนิงหนิงของเขาอยู่ชัดๆ
หัวคิ้วเขาขมวดมุ่นโดยไม่รู้ตัว
แม่นางผู้หนึ่งตกน้ำ บุรุษทั้งหลายมามุงดูอยู่ตรงนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน? รีบ