ไป รีบไปสิ”
ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องภายในเรือนหลังของจวนชิงหย่วนปั๋อ มิหนำซ้ำสถานะของแม่นางที่ตกน้ำก็ยังไม่ชัดเจน ไม่อาจรั้งอยู่นานจริง ๆ
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเยี่ยนหลิน แม้จะไม่พอใจ แต่ท้ายที่สุดก็ทำเพียงบ่นพึมพำและเดินจากไปอยู่ดี
มีแค่เยี่ยนหลินที่อยู่รั้งท้ายหลายก้าว
ส่วนเสิ่นเจี้ยคอยมองตามเขาอยู่
เยี่ยนหลินครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนออกทันที ส่งมอบให้ชิงเฟิงซึ่งกำลังติดตามข้างกาย กล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิด “เอาไปให้นาง อากาศเริ่มหนาวเย็นแล้วแต่กลับทำเพื่อเด็กสาวไม่รู้ที่มาที่ไปเสียได้ อย่าให้หนาวจนล้มปั่วยเล่า”ชิงเฟิงคิดในใจว่าที่ท่านมอบชุดตัวนี้ให้คุณหนูรองเจียง เกรงว่าคนเขาอาจไม่กล้าใช้ก็ได้ แต่สุดท้ายอีกฝั่ายก็เป็นนายของตน ทั้งยังรู้นิสัยดีบัดนี้ไม่กล้าพูดให้มากความเลยจริง ๆ ดังนั้นจึงรับเสื้อคลุมตัวนอกซึ่งปักเย็บอย่างวิจิตรบรรจงตัวนี้แล้วมุ่งหน้าไปตรงข้ามสระบัว
ครั้นถึงที่หมายก็มอบเสื้อคลุมตัวนั้นให้
ถังเอ๋อร์เลื่อนสายตามองเจียงเสวี่ยหนิง ไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรรับดี
ชิงเฟิงนึกทอดถอนใจ พูดเสียงเบาว่า “หากคุณหนูรองไม่รับ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะนำกลับไปแต่เกรงว่าอาจไม่สะดวกจะรายงานขอรับ…”เจียงเสวี่ยหนิงเบนสายตามองเขา ก่อนจะกล่าวกับถังเอ๋อร์ “รับเอาไว้”
ชิงเฟิงโล่งอกทันที “ขอบพระคุณความเมตตาของคุณหนูรองขอรับ”
ถังเอ๋อร์พาดเสื้อคลุมตัวนอกสีฟั้าบนแขน ชิงเฟิงค้อมกายคา