รวะเจียงเสวี่ยหนิงครั้งหนึ่งแล้วถอยจากไป
บรรดาแขกเหรื่อที่มุงดูแยกย้ายกันไปหมดแล้ว
แถวนี้จึงเหลือเพียงบ่าวไพร่ของจวนชิงหย่วนปั๋อ
เจียงเสวี่ยหนิงมองโหยวฟางอิ๋นที่ตัวเปียกโชก อีกทั้งข้างนอกก็ลมแรง พอพัดมาอีกฝั่ายจึงตัวสั่นเทา ใบหน้าปราศจากสีเลือด นางเลยมองหญิงรับใช้สามคนนั้นแล้วพูดว่า “ถึงแม้คนนอกไม่สะดวกจะจัดการเรื่องในจวนปั๋อของพวกเจ้าแต่ลงมือหนักหนาเช่นนี้ หากทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตไม่กลัวว่าบุญกุศลที่ทำมาจะหดหายไปหรือไร?”
ก่อนหน้านี้หญิงรับใช้ทั้งสามได้ยินเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเป็นคนนอกพูดจาเหลวไหลว่า ‘หญิงรับใช้ลงโทษคุณหนู บ่าวรังแกเจ้านาย’ อะไรนั่นก็โมโหจนควันแทบจะออกจากทวารทั้งเจ็ด แต่ต่อมาเมื่อเห็นคนสนิทของท่านโหวน้อยเยี่ยนมามอบชุดให้นาง ก็รู้สึกโชคดีที่พวกตนไม่ได้ตำหนิติเตียนเจียงเสวี่ยหนิงด้วยความวู่วามชั่วขณะ มิเช่นนั้นหากผิดใจกับผู้ที่ไม่ควรผิดใจด้วย กลับไปคงต้องน้อมรับผลกรรมที่ตัวเองก่อเสียแล้ว
ยามนี้เมื่อได้ยินเจียงเสวี่ยหนิงสั่งสอน แต่ละคนจึงก้มหน้าหัวเราะแหะ ๆ ไม่กล้าต่อปากต่อคำ
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากยุ่งเรื่องของจวนชิงหย่วนปั๋อมากเกินไปเหมือนกัน จึงกล่าวเพียงว่า“พาคนกลับห้องก่อนเถอะ”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ”เกรงว่าเจ้านายคนอื่นในจวนคงยังไม่รู้เรื่องทางนี้ อีกสักประเดี๋ยวคงต้องแห่มากันแน่ หญิงรับใช้ทั้งสามคนรู้ดีว่าเจียงเสวี่ยหนิงเห็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้าของพวกตน พวกนางจึงทั้