นึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นสาวใช้ของโหยวฟางอิ๋นหรือเปล่า ครั้นเห็นว่ามีคนจำนวนมากเดินเข้ามาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกกระทั่งหญิงรับใช้ที่เป็นหัวหน้าส่งเสียงตวาดครั้งหนึ่ง นางถึงรู้ว่าต้องไปยกน้ำกับน้ำชาและหยิบผ้ามาให้
เจียงเสวี่ยหนิงมองนางแวบหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยอันใด ยังคงอดมองสำรวจห้องนี้ไม่ได้
เพราะอย่างไรเสียนางก็ไม่เคยมาที่นี่
ห้องนี้ปราศจากหนังสือเบ็ดเตล็ดที่ใช้อ่านฆ่าเวลา ปราศจากผ้าไหมสูงค่านานาชนิดปราศจากของเล่นทันสมัย และปราศจากนาฬิกาแบบตะวันตก…ในที่สุดความรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพลวงตาขณะช่วยชีวิตคนเมื่อสักครู่ก็เริ่มแตกฉานซ่านเซ็นจากนั้นก็ตกตะกอนก่อร่างกลายเป็นภาพแห่งความเป็นจริง ไม่ปล่อยโอกาสให้นางตั้งความหวังและเพ้อฝันอีกต่อไป
นี่เป็นครั้งแรกที่นางใช้สายตามองสำรวจโหยวฟางอิ๋นในชาตินี้อย่างจริงจัง
เพราะมีคนนอกอยู่ โหยวฟางอิ๋นจึงไม่สะดวกจะเปลี่ยนชุด อาจเพราะหวาดกลัวจนลนลานกระสับกระส่ายก็เป็นได้ นางเลยทำเพียงถอดเสื้อตัวที่เจียงเสวี่ยหนิงวางทาบลงบนร่างนางเมื่อครู่ออก ก่อนจะสั่งให้เด็กสาวหอบผ้าปูเตียงบาง ๆมาห่อตัว แล้วทอดสายตามองเจียงเสวี่ยหนิงด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ
อวัยวะบนใบหน้าของโหยวฟางอิ๋นเพียงถือว่าหมดจด
คิ้วดั่งใบหลิว ดวงตากลม ริมฝีปากสีแดงสดใส เดิมทีจัดว่าน่าดูชม ทว่ากลางหว่างคิ้วกลับขาดความมีชีวิตชีวา นิ่งงันและแข็งทื่อราวกับหุ่นไม้ที่ช่างแกะสลักหยาบ ๆ ตามท้องถนน
มีไฝน้ำตาบริเวณใต้หางตาข้างซ้