รู้ว่าตัวเองเสียสติไปแล้วหรือไม่ เพราะตนเริ่มยกมือแหวกกิ่งไม้เป็นช่องว่างแล้วลอบมองข้างใน
ฝังนั้นเป็นสระบัวขนาดไม่ใหญ่โตนัก
แต่เนื่องด้วยยามนี้เป็นช่วงปลายฤดูสารทดอกใบของปทุมชาติในฤดูคิมหันต์ล้วนโรยราไปนานแล้ว เหลือไว้เพียงความเน่าเปือยที่ยังไม่ทันได้ทำความสะอาดอยู่เต็มสระ
ขณะนี้หญิงรับใช้วัยกลางคนสามนางซึ่งได้รับมอบหมายงานสำคัญกำลังอยู่ริมสระ
หนึ่งในนั้นดึงผ้าออกมาเช็ดข้อมือที่ถูกกัดจนห้อเลือดด้วยสีหน้าถมึงทึง ส่วนอีกสองคน คนหนึ่งกำลังจับข้อมือโหยวฟางอิ๋นบิดไพล่หลัง ส่วนอีกคนก็กดศีรษะโหยวฟางอิ๋นเอาไว้ ทำท่าจะกดลงไปในน้ำ
เจียงเสวี่ยหนิงเพียงเคยได้ยินว่าในชาติก่อนหลังจากโหยวฟางอิ๋นตกน้ำ นิสัยใจคอก็เปลี่ยนแปลงสถานใหญ่ แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีวิธีการ ‘ตกน้ำ’ เช่นนี้อยู่ด้วย
ถังเอ๋อร์ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังนางเห็นแล้วพลันตื่นตระหนก
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่างเสียงกรีดร้องที่เกิดขึ้นภายในใจนางก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกครา หวีดเสียงมากกว่าเดิม เสียดหูมากกว่าเคย…
‘อย่าเข้าไป’
‘อย่าเข้าไปนะ’
ต่างคนต่างมีชะตาชีวิตเป็นของตนเอง โหยวฟางอิ๋นคนเดิมทั้งขี้ขลาดและโง่เขลา รังแต่จะถูกคนรังแก เจ้าเข้าไปช่วยนางก็ช่วยได้เพียงชั่วคราวหรือเจ้าคิดว่าเจ้าจะคอยช่วยนางไปได้ตลอดชีวิตกัน?
แล้วเจ้าไม่อยากเจอโหยวฟางอิ๋นอีกคนหรือไร?
‘อย่าเข้าไป อย่าเข้าไปนะ’
เจ้าไม่ใช่ฆาตกรหรอก เจ้าแค่ยืนดูอยู่ด้านข้างอย่า