งเพิกเฉยเท่านั้นเอง
การหลบหนีออกมาจากห้องเก็บฟืนของโหยวฟางอิ๋นทำให้หญิงรับใช้เหล่านั้นถูกคุณหนูทั้งสองดุด่าว่ากล่าวจนเคียดแค้นบุตรีผู้มีสถานะไม่ชัดเจนที่เกิดจากอนุภรรยาชั้นต่ำ รู้สึกว่านางเด็กนี่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ จึงคิดจะทรมานนางเพื่อให้รู้จักจำใส่กะลาหัวเสียบ้าง วันหน้าจะได้ไม่กล้าทำผิดอีก
เนื่องด้วยคิดไว้เช่นนี้ ทำให้ลงมือหนักหนา
พวกนางกดหัวโหยวฟางอิ๋นลงน้ำ ปล่อยให้นางดิ้นรนขัดขืน แต่กลับไม่ยอมให้นางขึ้นมา
โหยวฟางอิ๋นถูกขังในห้องเก็บฟืนนานหลายวัน แทบไม่ได้แตะต้องข้าวปลาอาหาร ทั้งยังโดนทุบตี แล้วยังจะเหลือเรี่ยวแรงสักเท่าไรเชียวเพียงดิ้นไม่กี่ทีก็ไม่ดิ้นต่อ
น้ำภายในสระแห่งนี้เย็นยะเยือก ครั้นทะลักเข้าจมูกไปแล้วก็ยากจะหายใจ การดิ้นรนที่ยังพอดูมีกำลังเมื่อครู่จึงค่อย ๆ อ่อนแรง ลำคอผอมบางค่อย ๆ จมลงในน้ำ…
อาการแบบนั้นจะต้องสิ้นหวังสักเพียงใดกันนะ
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกเสียดลูกนัยน์ตา
ไม่มีผู้ใดเข้าใจความรู้สึกกลัวตายไปกว่านางอีกแล้ว เนื่องจากนางเคยประสบอย่างแท้จริงมาก่อนหนหนึ่ง
ครั้นเห็นว่าโหยวฟางอิ๋นไม่ดิ้นรนอีกต่อไปก็บังเกิดเสียงดังสนั่นในหัวสมอง นางจะทนเห็นหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ถูกคนทำร้ายต่อหน้าต่อตาเช่นนี้จริงหรือ แล้วคิดว่าหาก ‘โหยวฟางอิ๋น’ ที่นางรอคอยผู้นั้นมาแล้วจริง ๆ นางยังจะคบหาเป็นสหายกับโหยวฟางอิ๋นโดยไม่ละอายใจเหมือนชาติก่อนได้อยู่หรือ
ชั่วพริบตานั้นเจียงเสวี่ยหนิงไม่