อาจควบคุมสติได้อีก เมื่อตะโกนคำว่า “หยุดนะ” ออกไป ก็รู้แล้วว่าคำเตือนที่นางบอกกล่าวตัวเองในช่วงหลายวันที่ผ่านมาช่างเสียเปล่า
นางเป็นคนเห็นแก่ตัว
แต่ยังไม่ได้เลวทรามโดยเนื้อแท้
หญิงรับใช้ริมสระสามนางได้ยินเสียงนี้เข้าก็ตกใจสะดุ้งโหยง ครั้นหันหน้ากลับมาเห็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์นางหนึ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้ดอกก็รีบปล่อยมือ เพียงแต่โหยวฟางอิ๋นหมดเรี่ยวแรงไปนานแล้ว พอพวกนางปล่อย นางจึงร่วงลงสระทั้งร่างทันทีได้ยินเพียงเสียงดัง ‘ตูม’ คราหนึ่ง ส่วนคนกลับจมลงไปก้นสระแล้ว
หญิงรับใช้สองนางที่เป็นคนลงมือเห็นแล้วพลันหน้าซีดเผือด
เจียงเสวี่ยหนิงใบหน้าไร้ความรู้สึก กระทั่งน้ำเสียงก็ยังสงบนิ่งและเย็นชาอย่างน่าประหลาดขณะเอ่ยว่า “งมคนขึ้นมา”
เดิมทีหญิงรับใช้สองนางคิดแค่จะตักเตือนโหยวฟางอิ๋นสักหน่อย ไหนเลยจะคิดว่าอีกฝั่ายจะทนรับการทรมานไม่ได้ถึงขั้นนี้ต่อให้ต่ำต้อยอีกสักเพียงใด นั่นก็เป็นบุตรีอนุภรรยาในจวนอยู่ดี
หากก่อเรื่องจนถึงแก่ชีวิตขึ้นมา พวกนางคงต้องน้อมรับผลของการ กระทำเป็นแน่แท้
ครั้นถูกเจียงเสวี่ยหนิงสั่งการเช่นนี้จึงได้สติทันที พวกนางลนลานงมคนขึ้นมา ด้านโหยวฟางอิ๋นเมื่อถูกลากตัวขึ้นฝังอีกครั้งก็ตัวเปียกโชกใบหน้าเขียวคล้ำ สองตาปิดสนิท
หญิงรับใช้ที่สั่งการให้คนลงมือเมื่อครู่เริ่มร้อนใจแล้วเช่นกัน รีบออกคำสั่งว่า “เร็วเข้า ตบสองที!”เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ด้านข้าง มองพวกนางช่วยชีวิตคนด้วยสายตา