มาจากปากพยายามทำตัวสุขุมเยือกเย็นให้มากที่สุดเท่าที่เคยทำในชีวิต แสดงกิริยาอันงามสง่าและเหมาะสมลุกขึ้นอย่างแช่มช้อยพลางยิ้มแย้ม “เยี่ยนซื่อจื่อ…”
เยี่ยนหลินเติบโตในตระกูลสูงศักดิ์ ตั้งแต่เด็กไม่รู้มีสตรีมาหว่านเสน่ห์ต่อหน้าเขามากเท่าไรแล้ว เมื่อเห็นกิริยาเสแสร้งแกล้งทำเช่นนี้ก็คร้านจะชายตามองทำเหมือนไม่ได้ยินโดยสิ้นเชิงสายตามุ่งไปบนร่างดรุณีที่นั่งตรงหัวมุมบริเวณริมหน้าต่างผู้นั้นแทน
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงนั่งอย่างสง่างาม
ความเป็นธรรมชาติและสงบนิ่งปรากฏในดวงตาใสกระจ่างอย่างชัดเจน ทว่าสีหน้ากลับเหมือนแฝงความขุ่นข้องหมองใจอยู่หลายส่วนประหนึ่งรู้สึกว่าเขาเป็นตัวปัญหา ทำให้เห็นแล้วบังเกิดความขุ่นเคืองในใจ
เยี่ยนหลินไม่พอใจที่นางหลอกตนแล้วแล่นมาสนุกสนานที่จวนชิงหย่วนปั๋ออันน่ารังเกียจนี้เป็นทุนเดิม เขาจึงเม้มปากเล็กน้อยพร้อมชักสีหน้าทันที “คิดไม่ถึงว่าวันนี้ข้าจะมาด้วยสินะ?”
สายตาของผู้คนโดยรอบพลันส่งเสียงดัง‘ขวับ’
โหยวเย่ว์หน้าซีด รอยยิ้มที่แสดงออกอย่างเหมาะสมบนใบหน้าเมื่อครู่เกือบจะกลายเป็นเหยเก ใช้สายตาเหลือเชื่อหันขวับกลับไปมองเจียงเสวี่ยหนิง
เจียงเสวี่ยหนิงลอบถอนใจ ไม่ได้ตอบคำ
เยี่ยนหลินจึงพูดว่า “เจ้าออกมานี่”
ผู้คนโดยรอบส่งเสียงสูดลมหายใจหนาวเหน็บอีกครา
เจียงเสวี่ยหนิงรู้จักนิสัยของเขาดี เดาได้ว่าเขากำลังหงุดหงิด นางเองก็ไม่กล้ายั่วโทสะเขาต่อหน้าธารกำนัล ด้วยกลัวว่าหากเขาอาละวาดขึ้