สิ”
ดวงตาเยี่ยนหลินฉายแววเผด็จการหลายส่วนไม่เห็นเรื่องเหล่านี้ในสายตาแม้แต่น้อย“ก่อนหน้านี้ข้ายังเหลือเวลาอีกสองปีถึงจะเข้าพิธีสวมกวาน จึงไม่สะดวกให้ผู้อื่นรู้เรื่อง กลัวว่าระหว่างนั้นจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นมาจนทำให้เจ้าต้องตกอยู่ท่ามกลางข่าวลือ แต่บัดนี้เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนแล้ว ข้าอยากจะปั่าวประกาศให้ใต้หล้าได้รู้กันถ้วนหน้าเสียด้วยซ้ำ”
เจียงเสวี่ยหนิงอับจนคำพูดไปชั่วขณะ
นางย้อนระลึกถึงพิธีสวมกวานซึ่งคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดในชาติก่อนของเยี่ยนหลิน การถูกยึดทรัพย์ ประหารทั้งตระกูล และเนรเทศไกลพันลี้ทำให้ตระกูลเยี่ยนอันใหญ่โตล่มสลายในชั่วข้ามคืน ดุจดวงตะวันลาลับ ณ หุบเขา มืดมนอนธการจนไม่อาจเปล่งแสงได้แม้แต่น้อยเมื่อเห็นความมุ่งมาดปรารถนาต่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริงของหนุ่มน้อยตรงหน้าอีกคราก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านี่มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน
เยี่ยนหลินเห็นนางมีสีหน้าผิดปกติก็นึกว่านางโมโห จึงกระวนกระวายเล็กน้อย หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งก็เปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ “แต่หากเจ้าไม่ยินดี วันหน้าข้าจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิม
เยี่ยนหลินสืบเท้าเข้าหา คว้าจับมือนางไว้และกล่าวว่า “ท่านอ๋องยังทรงรอข้าอยู่ ในเมื่อวันนี้เจ้าออกมาแล้วก็ไม่ต้องรีบร้อนกลับหรอกรอให้ตอนบ่ายเลิกงานเลี้ยง เจ้าไปรอข้าที่เหลาเฉิงเซียว เย็นหน่อยข้าจะออกมาพาเจ้าไปดูงานเทศกาลโคมไฟ