เห็นหน้าเจ้าแล้วจะทำไม?”
เหลียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเจียงเสวี่ยหนิงอ้าปากตาค้าง รีบก้มหน้างุด ไม่กล้าเงยหน้ามองอีก
เจียงเสวี่ยหนิงคาดไม่ถึงว่าคำพูดของเขาจะอุกอาจและตรงไปตรงมาเพียงนี้ เมื่อนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนก็อดเงียบงันไม่ได้
เยี่ยนหลินไม่พอใจ “จะไปหรือไม่ไปเล่า?”
เจียงเสวี่ยหนิงยกยิ้มบาง ๆ แสดงเจตนาขออภัย “ครั้งนี้ข้าไม่ไป แต่หากครั้งหน้าเจ้าอยากไปชมงานเทศกาลโคมไฟอีก จงมาหาข้า ข้าจะไปกับเจ้า”
ความจริงนางแต่งกายเป็นสตรีออกไปข้างนอกได้อยู่แล้ว
หากทำเช่นนี้ก็จะไม่เป็นที่สนใจขององค์หญิงใหญ่เล่อหยาง
แต่การแต่งกายเป็นสตรียากจะหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ สร้างความไม่สะดวกเป็นอันมาก ไม่สู้ไม่ไปเลยเสียดีกว่า หนำซ้ำนางเองก็ไม่ได้สนใจงานเทศกาลโคมไฟอะไรนี่ด้วยเยี่ยนหลินขมวดคิ้ว “เจ้าช่างพูดจาแปลกประหลาด เหตุใดถึงเป็น ‘ครั้งนี้ไม่ไป’? ครั้งนี้กับครั้งหน้ามีอะไรแตกต่างกันเล่า? ก็แค่โคมไฟแต่ละครั้งไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง หรือว่าเจ้ามีธุระอื่นในวันงานเทศกาลฉงหยางจนไปไม่ได้?”
เจียงเสวี่ยหนิงขบคิด หาข้ออ้างให้ตนเองทันที “เช้าวันนี้กลับมารู้สึกปวดหัวเล็กน้อยอยากพักผ่อนอยู่บ้านสักสองวันน่ะ”
เยี่ยนหลินจึงมองสำรวจสีหน้านาง
ไม่ค่อยดีจริงเสียด้วยหลังจากกลับจวนเจียงเสวี่ยหนิงเปลี่ยนไปสวมชุดกระโปรง ไม่ได้แต่งกายเป็นบุรุษอย่างที่เขาเห็นเป็นประจำ เรือนร่างของดรุณีวัยเลยสิบแปดปีมีส่วนโค้งส่วนเว้าอันงดงา