มแล้ว เดิมทีหนิงหนิงของเขาก็ขาวกว่าผู้อื่นมาก ยามยืนอยู่ภายใต้แสงสว่าง ผิวของนางประหนึ่งหยกชั้นเลิศที่ส่องประกายแวววาว ทำให้คนอยากจะเอื้อมมือไปลูบไล้เบา ๆ ยิ่งขณะนี้นางยืนอยู่ใต้ต้นบุปผาสองมือประคองดอกพุดตานที่เขาทิ้งลงไปเมื่อครู่นิ้วมืออันเรียวยาวขาวผุดผ่องแตะบนกลีบดอกสีชมพูสดใสอาบไล้ด้วยแสงตะวันยามสายัณห์ใบหน้าขนาดเท่าฝั่ามือเชิดขึ้นเล็กน้อยขณะมองดูเขา สายตาอ่อนโยนสุกสกาว ช่างงดงามกระจ่างใสและเปียมล้นความรู้สึกจนพาให้ใจสะท้าน
เมื่อครู่ยังไม่ทันสังเกต ครั้นได้มองสำรวจแล้วกลับทำให้จิตใจของหนุ่มน้อยหวั่นไหว
เพียงหวังว่าจะถึงวันงานพิธีสวมกวานให้เร็วขึ้นอีกนิด จะได้สู่ขอนางผู้งดงามเช่นนี้กลับไปรักใคร่ทะนุถนอมที่บ้าน
เยี่ยนหลินสบสายตานาง กระแอมหนหนึ่งเขาขยับถอยห่างเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า“ต้องโทษที่เมื่อคืนข้าไม่รู้จักแยกแยะหนักเบาและไม่ได้ดูแลเจ้าให้ดี ปล่อยให้เจ้าแอบดื่มไปตั้งหลายจอกจนเมามายกลายเป็นแมวขี้เซา ช่างเถอะ ช่วงหลายวันนี้เจ้าจงอยู่บ้านพักผ่อนให้ดี ๆข้าจะไปสืบข่าวสักหน่อยว่างานเทศกาลโคมไฟครั้งหน้าจะจัดขึ้นอีกเมื่อไหร่ วันหลังจะได้ชดเชยให้เจ้า”
เจียงเสวี่ยหนิงกำลังคิดจะเอ่ยปากตอบเขา
นึกไม่ถึงว่าพลันมีเสียงตะโกนมาจากสถานที่อันห่างไกลอีกด้านหนึ่ง “ดีนักนะ ให้ข้าจับได้ว่าท่านมาปีนกำแพงอีกแล้ว! เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะไปฟั้องต่อหน้าท่านโหว ขอให้ช่วยตัดสินสักหน่อยว่ามีซื่อจื่อที่ทำตัวเช