าย กระโดดขึ้นจากกำแพงซึ่งเต็มไปด้วยดอกพุดตานทีหนึ่งเพียงชั่วพริบตาก็ไปถึงตีนกำแพงอีกฝัง ปราศจากร่องรอยเสียแล้ว
เหลือเพียงเจียงปั๋อโหยวที่กำลังถลึงตาเดือดดาลอยู่ตรงตำแหน่งเดิม
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขัน ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงรู้สึกอารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อยนางแสดงการคารวะเจียงปั๋อโหยว ก่อนหมุนกายกลับเรือนไป
เพียงได้ยินเจียงปั๋อโหยวกล่าวพึมพำอยู่ข้างหลังนางว่า “มันเรื่องอะไรกันนี่!”
บทที่ 9 เทียบเชิญจากจวนตระกูลโหยว (2)เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงกลับมาถึงห้อง ถังเอ๋อร์รอนางมาได้สักระยะแล้ว ครั้นเห็นนางก็พูดขึ้นว่า“เมื่อครู่บ่าวไปหาใต้เท้าโจวตามที่คุณหนูสั่ง พอใต้เท้าโจวได้ยินว่าท่านต้องการพบก็รออยู่ข้างนอก เพียงแต่ท่านถูกนายหญิงเรียกตัว ผ่านไปครู่หนึ่งก็ไม่มีทีท่าจะกลับมา ฟากใต้เท้าโจวเองก็มีธุระถูกเรียกตัว ไม่อาจรอได้จึงจากไปแล้วเจ้าค่ะแต่เขาทิ้งคำพูดไว้ให้ท่าน แจ้งว่าหากคุณหนูมีธุระและไม่สะดวกจะคุยในจวน หากไม่ถือสาว่าเป็นการลดเกียรติ ให้ไปหาเขาที่ตรอกเสียเจียได้มิกล้าทำให้คุณหนูเสียเวลาแน่นอนเจ้าค่ะ”
กลับมาก็ปั่านนี้แล้ว เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบโจวอิ๋นจือแต่อย่างน้อยอีกฝั่ายก็ยังทิ้งข้อความเอาไว้
หากดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ช่วงนี้โจวอิ๋นจือคงกำลังคิดหาสารพัดวิธีเพื่อเข้าหาเยี่ยนหลิน เกรงว่าคงอยากพบหน้านางมากเช่นกัน
นางเพียงตอบกลับว่า “รู้แล้ว” ระหว่าง