เดินไปนั่งเหนือเตียงเตาตรงริมหน้าต่างก็ครุ่นคิดถึงช่วงเวลาที่จะออกจากจวนได้สะดวกและไม่เป็นจุดสนใจของผู้อื่น จะได้ไปพบปะสนทนากับโจวอิ๋นจือ
ขณะเอื้อมมือไปยกน้ำชา สายตาพลันเหลือบเห็นเทียบเชิญฉบับหนึ่งเจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย หยิบมันขึ้นมา“นี่คืออะไร?”
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ตอนถังเอ๋อร์ถูกเหลียนเอ๋อร์ลากตัวเข้ามาภายในห้องด้วยความตื่นตระหนก ความจริงนางกำลังถือเทียบเชิญฉบับนี้แต่ต่อมาเมื่อปรนนิบัติเจียงเสวี่ยหนิงชำระล้างร่างกาย ดื่มชา ตลอดจนทำสิ่งต่าง ๆ ก็แทบจะลืมไปเลย ยามนี้พอเห็นก็นึกขึ้นได้จึงรีบตอบทันที “เป็นเทียบเชิญที่ส่งมาจากคุณหนูทั้งหลายของจวนชิงหย่วนปั๋อ เชิญให้คุณหนูไปร่วมงานชมดอกเบญจมาศที่จวนของพวกนางเจ้าค่ะ เทียบเชิญเพิ่งส่งถึงจวนช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ทีแรกบ่าวคิดจะแจ้งให้ท่านทราบก่อน แต่ต่อมากลับล่าช้าจนเกือบลืมไปเจ้าค่ะ”
“จวนชิงหย่วนปั๋อ?”
เจียงเสวี่ยหนิงหนังตากระตุกโดยพลัน
“ชิงหย่วนปั๋อ จวนตระกูลโหยว?”
ถังเอ๋อร์เห็นนางมีปฏิกิริยาเช่นนี้ก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าเหตุใดคุณหนูถึงมีท่าทางแบบนี้เลยตอบไปว่า “เจ้าค่ะจวนตระกูลโหยว ในเมืองหลวงจวนชิงหย่วนปั๋อไม่ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่อะไรนัก นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จนถึงบัดนี้ก็เสื่อมถอยลงทุกรุ่น คุณหนูทั้งสองในจวนแม้จะเชี่ยวชาญเรื่องการปลูกพืชพรรณต่าง ๆ ทว่าเทียบเชิญฉบับนี้กลับจัดชนงานชมดอกเบญจม