าศของจวนเฉิงกั๋วกง ในเมืองหลวงเกรงว่าผู้ที่ได้รับเทียบเชิญจากจวนเฉิงกั๋วกงคงไม่มีทางไปจวนชิงหย่วนปั๋อแน่เมื่อครู่มีคนมาแจ้งว่าเทียบเชิญจากจวนเฉิงกั๋วกงไปถึงนายหญิงแล้วเช่นกัน คิดว่าคงจะพาท่านกับคุณหนูใหญ่ไปด้วย ส่วนเทียบเชิญจากจวนปั๋อนี้คุณหนูไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”
ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ?
ไม่ใส่ใจได้อย่างไรกันเล่า!
ชิงหย่วนปั๋อ จวนตระกูลโหยวอย่างนั้นหรือ…
โหยวฟางอิ๋นที่นางรู้จักในชาติก่อนคือบุตรีอนุภรรยาของจวนปั๋อ คือผู้ที่คนเล่าขานกันว่า‘ครั้นตกน้ำนิสัยก็แปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง’สุดท้ายออกไปทำการค้า กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจียงหนิงอันเป็นเมืองซึ่งอุดมสมบูรณ์ที่สุดในแคว้นต้าเฉียน
ทว่าการตกน้ำครั้งนี้เกิดในงานชมดอกเบญจมาศของวันเทศกาลฉงหยางที่จวนชิงหย่วนปั๋อพอดี! ย่อมหมายความว่าโหยวฟางอิ๋นผู้ต่อมาเดินทางทำการค้าทั่วหล้ากระทั่งมั่งคั่งร่ำรวยที่สุดยามนี้ยังไม่ได้ตกน้ำ และยังไม่ได้มาโลกนี้อย่างแท้จริง
โหยวฟางอิ๋นในจวนชิงหย่วนปั๋อ ณ ปัจจุบันเป็นคนละคนกับโหยวฟางอิ๋นที่นางเคยผูกมิตรในชาติก่อน และยังต้องการจะผูกมิตรด้วยใหม่ในชาตินี้
โหยวฟางอิ๋นเคยบอกว่าตน ‘ทะลุมิติ’ มา
ตอนนั้นเจียงเสวี่ยหนิงไม่เข้าใจ เพียงเข้าใจว่าอีกฝั่ายมาจากสถานที่อันห่างไกลและไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว หาใช่คนที่อยู่ในดินแดนของพวกนางไม่
แต่หลังจากเจียงเสวี่ยหนิงย้อนเวลามาเกิดใหม่ กลับเข้าใจความหมายของโหยวฟ