ยู่ตรงนั้น ถึงแม้องคาพยพบนใบหน้าจะคล้ายคลึงตนอยู่บ้าง แต่ความงามบริเวณคิ้วและหางตากลับทำให้อดนึกถึงนางแพศยาหว่านเหนียงผู้นั้นไม่ได้นางหมดอารมณ์ทันที โบกมือกล่าวว่า “ช่างเถอะ อย่างไรเสียท่านพ่อของเจ้าก็จัดการให้เจ้าไปแล้ว กลับไปเสีย ตอนเย็นไม่ต้องมาอีก”
“เจ้าค่ะ ลูกขอลา”
ในเมื่อเมิ่งซื่อไม่อยากเห็นหน้านาง เจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่มีเหตุให้รั้งตัวอยู่ต่อ
นางคารวะและถอยออกไปด้วยกิริยาหมดจดรวบรัด
บัดนี้ตะวันกำลังจะลับขอบฟั้า แสงสายัณห์เปล่งประกายเจิดจ้าใต้กำแพงด้านหลังเรือนปีกตะวันตกปลูกต้นพุดตานเอาไว้แถวหนึ่ง กลีบดอกมีสีชมพูเข้มบ้างอ่อนบ้างสลับกันไป ดูงดงามน่าลุ่มหลงยามกระทบแสงอัสดง
นางพาเหลียนเอ๋อร์เดินผ่านใต้ต้นพุดตานทันใดนั้นดอกพุดตานดอกหนึ่งก็ร่วงหล่นกระทบศีรษะ
ดอกพุดตานซึ่งเบ่งบานเต็มที่กลิ้งร่วงลงมาเจียงเสวี่ยหนิงยื่นมือออกไปรับทันท่วงที เมื่อแหงนหน้ามองก็เห็นเยี่ยนหลินที่สวมชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีดำทั้งร่าง คาดเอวด้วยเข็มขัดหนัง กำลังนั่งอยู่บนกำแพงซึ่งเต็มไปด้วยดอกพุดตานบานสะพรั่งอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ เขาชันขาขึ้นข้างหนึ่ง ใช้มือหนึ่งประคองกระบี่เอาไว้ ยิ้มให้นางพร้อมเอ่ยว่า “วันนี้การบรรยายประจำวันเลิกเร็ว แต่ถูกฝั่าบาทลากตัวไปคุยด้วยตั้งครึ่งค่อนวัน เพิ่งจะออกจากวังมาได้ก็ปั่านนี้ วันมะรืนเป็นเทศกาลฉงหยาง ในเมืองหลวงจัดงานเทศกาลโคมไฟ ข้าจะพาเจ้าไปดูเอง”
แสงตะวันยามสนธยาตกกระทบกลีบ