กไสให้น้องสาวไปอยู่ฝังตรงข้ามพวกนางเป็นแน่แท้ มิหนำซ้ำไม่แน่ว่าบัญชีนี้อาจนำมาคิดกับนางอีก แล้วนางจะกล้าทนมองเมิ่งซื่อระเบิดโทสะได้อย่างไร
เจียงเสวี่ยฮุ่ยรีบกุมมือเมิ่งซื่อ ตัดบทนางอย่างทันท่วงที “ต้องทราบว่าที่ผ่านมาแม้แต่คำพูดของเยี่ยนซื่อจื่อก็ใช่ว่าน้องหญิงจะเชื่อฟัง แต่ยามนี้น้องหญิงกลับยอมเชื่อฟังคำพูดของผู้อื่นและมาสะสางเรื่องที่เกิดขึ้นภายในเรือนเอง เห็นได้ว่านางมีความหนักแน่นและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วในเมื่อเยี่ยนซื่อจื่อทำให้น้องหญิงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ แล้วท่านแม่จะใส่ใจข่าวลือเหลวไหลไปทำไมล่ะเจ้าคะ? ภายหน้าหากน้องหญิงแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่และมีหน้ามีตา นั่นถือเป็นเรื่องดีต่อจวนเราเช่นกัน ไม่แน่ว่างานวิวาห์ของข้าในอนาคตก็ยังต้องพึ่งใบบุญของน้องหญิงเสียด้วยซ้ำไป ท่านแม่โปรดวางใจเถิด วันนี้ข้าถูกหวังซิ่งจยาผู้นั้นกลั่นแกล้ง เป็นน้องหญิงที่ออกหน้าช่วยแก้สถานการณ์ให้ข้านะเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดในใจว่านั่นก็แค่หวังซิ่งจยาพูดจาโอหังและลักสิ่งของของนางลับหลังต่างหากเล่า ไม่ได้เกี่ยวกับเจียงเสวี่ยฮุ่ยสักหน่อยยามนี้กลับเอาเรื่องของนางมาปันหน้าตายพูดจาเหลวไหลเพื่อปลอบใจเมิ่งซื่อเสียได้
เมิ่งซื่อพอได้ฟังแล้วก็คิดว่าสมเหตุผลอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่ถ้อยคำที่นางลั่นออกไปแล้วยากจะเก็บคืนกลับ ครั้นช้อนดวงตาขึ้นมาก็มองเห็นเจียงเสวี่ยหนิงยืนเก็บงำความเดือดดาลด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกอ