บว่าทำตัวเกินเลยไปบ้าง ทว่าเรื่องนี้นายท่านก็อนุญาตแล้ว ข้าจึงไม่สะดวกจะสอดปาก แต่ถึงอย่างไรความใจกว้างก็ไม่ใช่การตามใจลูกหนิง ตัวเจ้าก็รู้อยู่เต็มอก เป็นสาวเป็นนางออกไปข้างนอกไม่กลับมาทั้งคืน วัน ๆ เอาแต่ทำเรื่องเหลวไหล หากเรื่องแพร่ออกไป เจ้ายังดีมีซื่อจื่อคอยปกปั้อง อีกทั้งในเมื่อทำลงไปแล้วเจ้าเองก็คงไม่เห็นข่าวลือเหลวไหลพวกนั้นอยู่ในสายตา ชื่อเสียงของตนจะเสียหายก็ช่างปะไรสินะ แต่ทุกวันนี้พี่สาวเจ้าก็เป็นหญิงยังไม่ได้ออกเรือนเช่นกัน เวลาคนนอกเขาพูดกัน จะพูดแต่คำว่าคุณหนูตระกูลเจียง เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้พี่สาวเจ้าไปอยู่ที่ใด?”
คำพูดของเมิ่งซื่อเต็มไปด้วยเหตุผลหากสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดแพร่ออกไป ต้องทำให้เจียงเสวี่ยฮุ่ยเดือดร้อนเป็นแน่แท้
สติสัมปชัญญะบอกเจียงเสวี่ยหนิงว่านางไม่ควรถือสาคำพูดประโยคนี้ แต่กระนั้นความเกลียดชังกลับผุดขึ้นมาในใจ ทำให้นางลอบกำหมัดอยู่ข้างตัวเงียบ ๆ เก็บงำประกายสายตาพร้อมเอ่ยว่า “ท่านแม่กล่าวถูกต้องแล้ว วันหน้าลูกจะระมัดระวังมากขึ้นอีกหน่อยเจ้าค่ะ”
เมิ่งซื่อได้ยินนางตอบอย่างขอไปที คนยืนอยู่ทนโท่ยังทำสีหน้าเช่นนี้อีก นางจึงเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย
เสียงดัง ‘ปัง’ คราหนึ่งเกิดจากเมิ่งซื่อกระแทกถ้วยชาในมือเพื่อตักเตือนบุตรี
เจียงเสวี่ยฮุ่ยที่อยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ก็หนังตากระตุกพร้อมลอบถอนใจยาว รู้สึกว่าถึงแม้ท่านแม่จะทำเพื่อนาง แต่วาจาและการตำหนิเช่นนี้จะต้องผลั