องเจียงเสวี่ยหนิงไปหาเจียงปั๋อโหยวเพื่อให้เขาช่วยจัดการสาวใช้และหญิงรับใช้ภายในเรือนแพร่มาถึง ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เมิ่งซื่อรู้ว่าเมื่อคืนเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้กลับมาจึงสบโอกาสเรียกตัวนางพอดี ประการแรก เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะได้รู้ว่าบุตรีที่ถูกเลี้ยงดูโดยอนุภรรยาจนเติบใหญ่กำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ ประการที่สอง ต่อให้ทำตัวไร้กฎเกณฑ์สักเพียงใดก็ต้องมีขีดจำกัดกันบ้างสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนไม่กลับบ้านทั้งคืนมันใช้ได้ที่ไหนกัน
ไม่นานนักเจียงเสวี่ยหนิงก็มาถึง
เดิมทีนางไม่ได้สนิทสนมกับเมิ่งซื่อผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าอยู่แล้ว อีกทั้งเมิ่งซื่อเองก็ไม่ชมชอบนางที่ไม่เคร่งครัดกฎระเบียบ กระทำตัวตามอำเภอใจ ดังนั้นนางจึงมีท่าทีห่างเหินต่อเมิ่งซื่อ และเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยฮุ่ย อยู่ด้วย น้ำเสียงกล่าวคารวะจึงยิ่งเฉยชา ทำเหมือนว่าเป็นกิจวัตรที่จะต้องทำไปอย่างนั้นเอง “น้อมคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยที่อยู่ด้านข้างถูกนางเมินไปทันทีครั้นเมิ่งซื่อได้ยินก็รู้ว่านางไม่พอใจลูกฮุ่ย คิ้วที่วาดเป็นเส้นเล็กเรียวบางดั่งใบหลิวจึงขมวดมุ่นแต่ก็ลำบากใจที่จะว่ากล่าวนาง เพียงเอ่ยว่า “ลุกขึ้นเถอะ วันนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดจู่ ๆ ถึงมีเรื่องราวใหญ่โตกับสาวใช้และหญิงรับใช้ได้เล่า?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบว่า “พวกนางทำตัวไร้ระเบียบอยู่ที่เรือนมานานมากแล้ว วันนี้ยิ่งกำเริ