บัดนี้ได้พบ ‘พี่หญิง’ ซึ่งคล้ายจะช่วงชิงชีวิตที่เดิมทีควรเป็นของนางอีกครั้ง จะกี่มากน้อยเจียงเสวี่ยหนิงก็บังเกิดความรู้สึกอันสลับซับซ้อนอยู่บ้าง คิดว่าเมื่อกลับถึงห้องของตนแล้วอาจลองคิดหาวิธีดูว่าจะใช้ท่าทีเช่นไรในการปฏิบัติตัวต่อเจียงเสวี่ยฮุ่ยดี
ทว่านางเพิ่งเดินถึงใต้ระเบียงชายคาเรือนก็ได้ยินเสียงตวาดแว้ดดังมา
เห็นชัดว่าเป็นเสียงของหญิงวัยกลางคน
“คุณหนูใหญ่กล่าวเช่นนี้ช่างน่าขันเสียจริงเรือนของพวกข้ามีคนมาก เรือนท่านมีคนน้อยพวกข้าเอารายรับประจำเดือนไปมากสักหน่อยแล้วจะเป็นไรไปเล่าเจ้าคะ?”“ท่านมีสถานะเช่นไรยังไม่รู้ตัวอีกหรือ?”
“อย่าว่าแต่ท่านเลย ต่อให้คุณหนูรองมาเองข้าก็ไม่กลัว! ข้าน่ะนะ สมัยก่อนเป็นคนที่ไปรับคุณหนูรองกลับมา นางเชื่อฟังคำพูดของข้ามากข้าให้นางไปตะวันออก นางก็ไม่กล้าไปตะวันตก!”
“เจ้า!”
สตรีสวมชุดเปั้ยจื่อ[1]สีฟั้าอมเขียวปักลายดอกบัวยืนอยู่ใต้ระเบียงชายคา ใบหน้ารูปไข่ห่านคิ้วดั่งใบหลิว ถึงแม้องคาพยพบนใบหน้าจะไม่ได้งามพิลาสทรงเสน่ห์เช่นเจียงเสวี่ยหนิง แต่บริเวณหว่างคิ้วก็กอปรด้วยกลิ่นอายแห่งความสง่างามทว่ายามนี้กลับเผยโทสะออกมาเล็กน้อย
นี่คือเจียงเสวี่ยฮุ่ย
ด้านหลังนางมีเด็กสาวตัวน้อยสวมเสื้อคลุมแขนกุดตัวยาวยืนอยู่ผู้หนึ่ง ส่วนผู้ที่ยืนห่างออกไปอีกสามก้าวตรงเบื้องหน้าเป็นหญิงวัยกลางคนซึ่งแต่งกายด้วยเครื่องประดับมีราคา ไฝดำใต้ริมฝีปากเสริมความใจจืดใจดำขึ้นมาอีกหลายส่ว