ามหมุนกายกลับมา ความยโสโอหังและการประชดประชันที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ล้วนปลาสนาการไปสิ้น รอยยิ้มประดับเต็มใบหน้า ทั้งกระตือรือร้นและประจบสอพลอ ตื่นเต้นยินดีเป็นล้นพ้น “อุ๊ยตาย คุณหนูรองของข้า ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ! บ่าวตุ๋นน้ำแกงไก่ดำเอาไว้ ซ้ำยังเตรียมขนมไส้สับปะรดที่ท่านชอบมากที่สุดเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ!”
ระหว่างเอ่ยวาจายังยื่นมือเข้าหาเจียงเสวี่ยหนิงด้วยความเอาใจใส่ คล้ายต้องการจะประคองนางอีกด้วย
บนข้อมือนั้นสวมกำไลหยกเขียววงหนึ่ง
ตัวหยกกระจ่างใส สีสันงดงามแวววาว
มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นหยกเขียวเหอเถียน[2]ชั้นยอดเจียงเสวี่ยหนิงหลุบตามอง รูม่านตาหดรั้งทันที…
กำไลวงนี้…
ชาติที่แล้วหว่านเหนียงจับมือนางก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป ขณะนั้นแม้นางจะรู้ว่าหว่านเหนียงไม่ใช่มารดาบังเกิดเกล้าและเป็นคนชั่วที่ลักพาตนเองมา แต่ถึงอย่างไรก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาตั้งหลายปี มิหนำซ้ำยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราว นางเลยไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นหว่านเหนียง
นางนึกว่าหว่านเหนียงมีเรื่องต้องการกล่าวกับนางผู้ใดจะคาดคิดว่าหว่านเหนียงกลับยัดกำไลวงนี้ใส่มือนางพร้อมพูดวิงวอน “หนิงหนิง อี๋เหนียง[3]ขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่ง หากเจ้ากลับจวนไปแล้วเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ ช่วยมอบสิ่งนี้ให้นางแทนข้าทีเถอะ…”
ยามนั้นเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นราดรดศีรษะ
และบางทีความริษยาที่นางมีต่อเจียงเสวี่ยฮุ่ยอาจเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้นก็