ามีแต่ความเข้มงวดและเที่ยงตรง
ครั้งก่อนกระทั่งเหยียนผิงอ๋องซึ่งได้รับความโปรดปรานจากฝั่าบาทมาสายไปเพียงครึ่งเค่อก็ยังไม่กล้าเผยตัว ได้แต่แอบเข้าไปทางประตูข้างตำหนักอย่างเงียบ ๆ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าเซี่ยเวยกลับจับได้คาหนังคาเขาและขานชื่อออกมากลางห้อง ต้องการให้อีกฝั่ายท่อง ‘ตำราเผิงตั่ง[6]’ที่ตนบรรยายไปเมื่อวานรอบหนึ่ง
เหยียนผิงอ๋องอายุน้อยชอบเที่ยวเล่น ไหนเลยจะท่องได้
จำต้องยืนอึกอักอยู่ตรงนั้นครึ่งค่อนวันจนใบหน้าแดงก่ำ
เซี่ยเวยปราศจากโทสะ เขาเชิญเหยียนผิงอ๋องกลับไปนั่งประจำที่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนบอกว่าเมื่อวานตนอาจบรรยายซับซ้อนมากเกินไปจนอีกฝั่ายไม่อาจจดจำไหว จึงขอน้อมรับผิดเอง
——————–
1. กาลก่อนหวังเซี่ยรุ่งโรจน์ นางแอ่นโผผินหมายถึงทายาทสกุลเก่าแก่อย่างหวังเซี่ยซึ่งเคยรุ่งโรจน์ในอดีต2. จิ้นซื่อ หรือ บัณฑิตขั้นสูง เป็นระดับบัณฑิตที่ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ สามปี อันดับหนึ่งจะได้ตำแหน่งจ้วงหยวน (จอหงวน) อันดับสองได้ปั๋างเหยี่ยนอันดับสามได้ทั่นฮวา เป็นต้น3. รองราชครู เป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่คอยให้การสนับสนุนราชครู4. สำนักมหาบัณฑิต หมายถึง องค์กรในระบบราชการของจักรวรรดิจีนช่วงราชวงศ์หมิง โดยนิตินัยแล้วเป็นหน่วยประสานงาน แต่โดยพฤตินัยเป็นสถาบันสูงสุดในการปกครองมีสถานะเหนือหกกรม5. 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที6. ตำราเผิงตั่ง เนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง โดยเป็นบทความด้านการแบ่งพรรคแบ