หลินพลันรู้สึกว่ามีทางรอดแล้ว รีบคารวะเขาพร้อมเอ่ยว่า “ขอบคุณกงกง!”
เมื่อกล่าวจบก็ค่อย ๆ แอบไปรอที่ตำหนักข้าง
*****
เจียงเสวี่ยหนิงย่อมไม่รู้ว่าเยี่ยนหลินกับเสิ่นเจี้ยเข้าวังไปฟังบรรยายประจำวันในตอนนี้จะเกิดเหตุการณ์เช่นไร
เมื่อพวกเขาสองคนจากไปแล้ว นางก็รีบเดินกลับจวนเช่นกัน
ตรอกซอกซอยน้อยใหญ่ภายในเมืองหลวงสมัยเด็กนางเคยเดินจนเกือบหมดแล้ว ทว่ายามที่เพิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมกลับยังรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง จับทิศทางไม่ค่อยถูก ยังดีที่เดินไม่ถึงสองก้าวความทรงจำเก่าก็ค่อย ๆ หวนคืนดังเดิม ไม่นานนักก็หาถนนเส้นที่ใช้กลับจวนตระกูลเจียงได้บนถนนมีผู้คนสัญจรขวักไขว่
บรรดาพ่อค้าหาบเร่แผงลอยต่างยิ้มร่าร้องเรียกลูกค้าเสียงดัง
มีเด็กน้อยชูหุ่นน้ำตาลปันวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน…
ความมีชีวิตชีวาของโลกมนุษย์แผ่พุ่งเข้าปะทะใบหน้าเจียงเสวี่ยหนิง ร่างกายที่เขม็งเกลียวอยู่แต่เดิมของนางผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆสุดท้ายจึงรู้สึกได้ว่าการย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่นั้นคือเรื่องจริง ไม่ใช่ภาพความฝันอันสับสนยามเผชิญหน้ากับเสิ่นเจี้ยและเยี่ยนหลินเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้ายามนี้นางไม่ใช่ฮองเฮา
และไม่ต้องอยู่แต่ภายในตำหนักคุนหนิงที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงทั้ง สี่ด้านแห่งนั้นอีกแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงเดินอยู่บนถนนสายนี้ราวกับมัจฉาหวนสู่วารี แม้แต่ฝีเท้าก็เร็วรี่ขึ้นมา
จวนตระกูลเจียงอยู่ในตรอกไหวซู่ ไม่จำเป็นต้องเดินไกลมากมายนัก