งยาสังหารยามนั้นเจียงเสวี่ยหนิงถูกเยี่ยนหลินกักบริเวณไปแล้ว กระทั่งโอกาสพบหน้าเสิ่นเจี้ยเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังไม่มี
คนที่มีจิตใจดีงามมากเกินไปไม่อาจเป็นเจ้าผู้ปกครองได้
นี่คือการตื่นรู้เพียงหนึ่งเดียวที่เจียงเสวี่ยหนิงได้รับมาจากโศกนาฏกรรมของเสิ่นเจี้ยในชาติก่อน
บัดนี้นางบังเอิญได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในช่วงที่เพิ่งจะรู้จักเสิ่นเจี้ยได้ไม่นานนัก โชคดีที่ยังถลำลึกไปไม่มากชาตินี้ไม่ขอเข้าวังอีกต่อไป
ตำหนักคุนหนิงคือหลุมฝังศพของนาง
ห้องแห่งนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ก็นับว่าหรูหรา
อากาศยามต้นฤดูสารทเย็นเล็กน้อย อบอวลไปด้วยกลิ่นสุราของเมื่อคืนซึ่งเจือจางไปบ้างแล้ว
ด้านนอกหน้าต่างที่ปิดสนิทมีเสียงความสับสนวุ่นวายดังแว่วมาจากตลาดที่อยู่ไกล ๆ
มือของเยี่ยนหลินยังคงชูกระบี่ ถึงจะอยู่ในร่างของหนุ่มน้อย แต่ก็มองเห็นเส้นกล้ามเนื้อตรงแผ่นหลังได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ใบหน้ายามไร้รอยยิ้มกอปรด้วยความน่าเกรงขามอยู่หลายส่วน
เขาเมินเสิ่นเจี้ยไปชั่วขณะ
เยี่ยนหลินหันหน้ากลับมา แม้หลุบตามองก็ไม่อาจทำให้กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกเลือนหายไปจากดวงตาได้ เพียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า “เขาใช้มือข้างไหนแตะต้องเจ้า?”
ทันใดนั้นเจียงเสวี่ยหนิงก็คืนสติกลับมาจากภวังค์ หลังจากรับรู้ว่าตนเองย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่แล้ว ดวงตาเจิดจ้าซึ่งเปล่งประกายดุจดวงดาราของเขาอยู่ใกล้นางแค่คืบ ปราศจากความทุกข์ระทม