ร้อมรถม้า
อาชาพ่วงพี คนยิ่งหล่อเหลา
แต่ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของเสิ่นเจี้ย เขาก็หน้าดำคล้ำไปกว่าครึ่ง “ท่านอ๋อง กระหม่อมไม่ได้ชมชอบบุรุษ”
ครานี้ถึงตาเสิ่นเจี้ยใช้สายตาสงสัยมองเขาบ้างแล้ว “เช่นนั้นเจ้ากับคุณชายน้อยตระกูลเจียงผู้นั้น?”“คนผู้นั้นไม่ใช่คุณชายที่เป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลเจียงอะไรนั่น”
เยี่ยนหลินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตายามเจียงเสวี่ยหนิงมองเสิ่นเจี้ยนั้นทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ
ภายในดวงตาสีนิลฉายแววครุ่นคิดหลายส่วน
หนุ่มน้อยซึ่งกำลังมีเรื่องภายในใจพลันกล่าวกับเสิ่นเจี้ยที่อยู่ด้านข้าง “นางคือคุณหนูรองตระกูลเจียง”
“พรวด! แค่ก แค่ก ๆ …”เสิ่นเจี้ยซึ่งเพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มภายในรถม้าพลันสำลักทันที ไม่กล้าเชื่อจริง ๆ ว่าตนเองกำลังได้ฟังเรื่องอะไรอยู่!
“เจ้า เจ้าถึงกับ…”
ทว่าเยี่ยนหลินกลับไม่ได้รู้สึกอะไร
ตัวเขาอยู่บนหลังอาชา เสื้อคลุมสีดำบนร่างขับเน้นให้ดูสง่าผึ่งผายมากยิ่งขึ้น
ยามนี้เขาเพียงเอ่ยตอบกลับไปว่า “นางรักความมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง รักอิสรเสรีกระหม่อมจึงพานางออกมาเที่ยวเล่น ท่านอ๋องมักปฏิบัติต่อกระหม่อมดุจวางตนเป็นพี่ชายและสหาย วันนี้กระหม่อมจึงทูลสถานะของนางให้ท่านทราบ เพราะอยากให้ท่านอ๋องประจักษ์ว่านางเป็นสตรี กาลก่อนท่านอ๋องยังไม่ทราบ ย่อมไม่อาจถือสาได้ วันหน้าในเมื่อทราบแล้ว ก็ขอให้ท่านรู้จักวางตน จะได้ไม่เกิดเรื่องน่าตื่นตระหนกเช่นเช้าวันนี