ล่อลวงวิญญาณของคนเป็นออกมาได้
ส่วนว่าทำไมประตูหน้าต่างต้องถูกปิดไว้แน่นหนา นั่นก็ด้วยกลัวว่าวิญญาณของหลินเจี้ยนลี่จะฉวยโอกาสนี้หนีไป
เมื่อผู้ที่มาคือผู้รู้ เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นบนหน้าผากอาจารย์หนิงทันที “สหายน้อย เราทุกคนต่างก็เป็นผู้อยู่ในวิถีแห่งเต๋าร่วมกัน มีกฎบางอย่างที่เธอเองก็รู้อยู่แล้ว อย่าถามอีก แค่ทำเป็นว่าไม่ได้เจอฉัน จากนี้ถือว่าฉันเป็นหนี้บุญคุณเธอหนึ่งครั้ง”
“กฎงั้นเหรอ? เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน คำพูดของฉันก็คือกฎ!” ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา
“คุยโวเกินไปแล้ว!” อาจารย์หนิงหัวเราะด้วยความโกรธกับคำพูดของเธอ เขาเลิกเสแสร้งต่อ “ถึงยังไงสามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่ก็หายไปแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำยังไงก็ช่วยชีวิตเขาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็มาเข้าร่วมกับฉันสิ พวกเราจะทำงานให้ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันและสร้างโลกใหม่ขึ้นมา”
สร้างโลกใหม่งั้นเรอ? ฉันจะฆ่าคุณก่อนน่ะสิ! ทันเฝ่ยไป๋ลู่ท่องคาถา
ใบหน้าอาจารย์หนิงพลันแข็งทื่อ เขากรีดร้องโอดโอย ล้มนอนคว่ำกลิ้งอยู่บนพื้นทันที
ราวกับมีคนขุดสมองเขาด้วยแท่งเหล็ก บีบหัวใจด้วยมือที่มองไม่เห็น แล้วฉีกอวัยวะภายในทั้งหมดออกจากกัน มันเจ็บปวดเกินไปแล้ว เจ็บจนอยู่ก็ไม่สู้ตาย!
“อ๊าก ๆ! ปล่อยฉันไป!!!”
“ถึงคุณไม่บอกฉันก็รู้ว่าสามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่อยู่ที่ไหน” สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชาจนไม่มีใครกล้าเข้าไปมองใกล้ ๆ
ทันใดเฝ่ยไป๋ลู่ก็ชี้ไปที่โจวลี่ลี่ “อยู่ในท้องของเธอใช่ไหม?”
[1] ส