ี่ผ่านมา ศิษย์ที่ยากจนเหล่านี้แทบจะไม่มีโอกาสเลื่อนระดับได้เลย
ค่าตอบแทนของเหอวั่นขึ้นอยู่กับการเลื่อนขั้นของศิษย์ที่เขารับผิดชอบ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ชอบศิษย์ที่มาจากครอบครัวยากจนที่เป็นตัวถ่วงเหล่านี้
เหอวั่นจ้องมองศิษย์ที่เหลืออีกสิบสามคนอย่างเย็นชา ก่อนจะเริ่มขานชื่อ และมอบหมายงานรับใช้ให้พวกเขาทำทีละคน
ศิษย์เหล่านี้ต้องทำงานเบ็ดเตล็ดเป็นเวลาสิบวัน และเหอวั่นจะเก็บเงินที่พวกเขาหามาได้ทั้งหมด แม้จะไม่มากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เมื่อขานชื่อถึงเด็กหนุ่มที่ชื่อหลี่ลี่ เหอวั่นก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
หลี่ลี่เป็นเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี รูปร่างผอมบาง ใบหน้าซีดเซียวราวกับป่วยหนัก ดูเหมือนว่าลมพัดผ่านเบา ๆ เขาก็อาจจะปลิวไปตามแรงได้
เมื่อตรวจสอบประวัติ เขาก็พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีแม้แต่ญาติ ไม่รู้ว่าผ่านการทดสอบเข้าสำนักมาได้อย่างไร
เขามองหลี่ลี่อยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย แสร้งรอยยิ้มอันเป็นมิตรออกมา
“หลี่ลี่ เจ้าไปที่หอหมื่นตำรา เพื่อรับงานทำความสะอาดและจัดเรียงตำราก็แล้วกัน!”
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มอีกสิบสองคนที่เหลือล้วนได้รับมอบหมายให้ทำงานหนัก ดูเหมือนเหอวั่นจะกลัวว่าหลี่ลี่จะทำงานหนักไม่ไหว เกรงว่าเขาล้มป่วย ราวกับว่าเขาเกิดความรู้สึกเมตตาขึ้นมา จึงแสร้งทำเป็นเห็นใจ
เด็กหนุ่มที่ผ่านการทดสอบเข้าสำนักได้ล้วนเป็นคนที่อ่านออกเขียนได้ การทำความสะอาดแ