หลังจากนั่งเฝั้านานกว่าครึ่งชั่วโมงและยืนยันว่าไม่มีความผิดปรกติใดเกิดขึ้น ไคลน์และเอ็มลินเดินทางกลับอย่างเงียบงันแต่ละคนต่างมีความคิดในใจเพียงไม่นาน พวกเขากลับมายังอาคาร 15 ถนนมินส์อีกครั้งแวมไพร์หนุ่ม เอ็มลินไวท์ เลื่อนกำปันขึ้นมาปิดปากพลางกระแอมเล็กน้อย“ข้าใช้หนี้เสร็จแล้ว หวังว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกในอนาคต!”น้ำเสียงขึงขังจริงจัง… แต่มิสเตอร์ไวท์ คุณลืมเรื่องสำคัญไปแล้วหรือ…ไคลน์ยิ้มอย่างมีเลศนัย“หลังจากนี้ ผมคงต้องแวะเข้าไปหาบิชอปยูทรอฟสกี้เป็นครั้งคราว ถ้าไม่อยากพบหน้ากันขนาดนั้น คุณก็ไม่ควรเดินทางไปวิหารฤดูเก็บเกี่ยว และถ้าคุณหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปวิหาร
ได้เมื่อใด หมายความว่าผมก็ไม่ต้องช่วยหาทางขจัดการชี้นำทางใจแล้ว นับเป็นเรื่องดีมากทีเดียว”สีหน้าเอ็มลินพลันบิดเบี้ยว มันนิ่งเงียบราวสองนาทีก่อนจะเชิดคางขึ้น“ฮึ! พวกเราชาวผีดูดเลือดล้วนเต็มไปด้วยบุคลากรเก่งกาจมากมาย ข้าจะเขียนจดหมายให้พวกเขาช่วยก็ได้!”หลังจากพูดจบ แวมไพร์หนุ่มนำฝั่ามือทาบอกและโค้งตัวเพื่อเป็นการกล่าวคำอำลาขณะหันหลังและเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เอ็มลินลดฝีเท้าลงพลางหมุนตัวกลับมาถาม“…เจ้าทำอาหารชนิดใดเตรียมไว้หรือ?”“ซุปกระดูกวัวหัวไชเท้า กินกับข้าวสวยและพริกขี้หนูชาวเขาเฟเนพ็อต”ไคลน์ตอบด้วยสีหน้าเปียมสุขขณะสูดกลิ่นอาหารซึ่งลอยโชยมาจากบ้านของตนเอ็มลินขมวดคิ้วพลางส่ายหัว
“พริกขี้หนูไม่ดีต่อสุขภาพของผีดูดเลือด”นั่นส