อสเต๊กคำเล็กในปากอย่างระมัดระวังโดยไม่ต้องรอนาน ชายหนุ่มขมวดคิ้วชนกันทันที่ ก่อนจะฝืนกลืนทั้งก้อนลงคอโดยไม่มากพิธีรีตองไคลน์ยิ้มแห้งและเอ่ยปากถาม“แล้วทำไมคุณถึงเตรียมอาหารสองชุด?”
“อีกชุดสำหรับคุณย่า ผมวางแผนจะนำไปเป็นของเยี่ยมไข้ให้เธอ” เยอร์เก้นชำเลืองมองไคลน์ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะทำเพิ่มอีกชุด”“ง…งั้นหรือ” ด้วยความสัตย์จริง ไคลน์แอบสูดลมหายใจยาว ประหนึ่งเตรียมทำสงครามแลกชีวิตกับอาหารบนจานตรงหน้าขณะชายหนุ่มจัดการของตนเสร็จ บนจานของเยอร์เก้นยังเหลืออีกเล็กน้อย นักกฎหมายอาวุโสไม่รับร้อน วางมีดในมือขวาลงและยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ตามด้วยการหันมาตามไคลน์“รสชาติเป็นยังไงบ้าง? คุณชอบจานไหนเป็นพิเศษ? ผมทราบว่าฝีมือทำอาหารของตัวเองยังห่างชั้นกับคุณย่าพอสมควรแต่ไม่ได้แตกต่างถึงขั้นไม่อร่อย”มิสเตอร์นักกฎหมายครับ นอกจากปัญหาการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ผมเกรงว่าคุณจะมีปัญหาด้านต่อมรับรสด้วย! นี่เขาคิดว่าอาหารฝีมือตัวเองยัง ‘พอกินได้’ จริงหรือ…ไคลน์ยิ้มแห้ง พร้อมกับส่ายหัวหงึกหงัก
“ขนมปังข้าวโอ๊ตมีรสชาติไม่เลว”“ซื้อมาจากร้านดอร์จ” เยอร์เก้นกล่าวขณะก้มหน้าจัดการอาหารให้หมดจานหลังจากดื่มไวน์เสร็จ นักกฎหมายหนุ่มทำสีหน้าอึมครึมและซักถามเสียงขรึม“นักสืบโมเรียตี้ ผมมีบางเรื่องต้องการฝากฝังคุณ เป็นงานไม่ยาก”“ว่ามาได้เลย” ไคลน์ขานตอบ พร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มมันบดเค็มฉิบหาย!“ช่วงนี้คุณย่าต้องนอนโรงพยาบาลยาว