่นระริก
พวกเขาหันมองตากันและกัน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เด็กชายผู้โชคร้าย ซึ่งตกเป็นเหยื่อการขย้ำของซากศพโครงกระดูก ทุกคนกังวลว่าเด็กคนนี้จะลุกขึ้นมาทำร้ายตนในลักษณะเดียวกันท่ามกลางความเงียบงันพักใหญ่ กลุ่มเด็กหันหน้าไปเห็นตัวตลกสวมเสื้อผ้าฉูดฉาด ใบหน้าถูกทาด้วยสามสี แดง ขาว และเหลือง กำลังเดินออกจากแนวต้นไม้สิ่งนี้คือเวทมนตร์สร้างภาพมายาของไคลน์ชายหนุ่มมองไปรอบตัว ไม่รีบไล่ตามชายสวมชุดคลุมดำ แต่เลือกซักถามกลุ่มเด็กด้วยเสียงแหบพร่า“แกนนำเป็นใคร”ชายคนนี้เป็นใคร…? คล้ายกับกลุ่มเด็กยังไม่หายจากอาการผวา ต้องรอนานหลายวินาทีจนกระทั่งเด็กหนุ่มสั่นกลัวคนหนึ่งยอมเปิดปากเล่า “เขาเป็นครูสอนภาษาฟุซัคโบราณของพวกเรา…มิสเตอร์คาปุสตี้·รีดด์… เขาอ้างว่าตัวเองเข้าถึง
แก่นความตายอย่างถ่องแท้ และพยายามชักชวนให้พวกเราบรรลุปริศนาของชีวิตอมตะไปด้วยกัน”เป็นครูในโรงเรียนเองหรือ…บรรลุปริศนาของชีวิตอมตะ?ทำไมคนสมัยนี้ถึงได้อวดอุตริกันง่ายนัก…และเมื่อประเมินจากสภาพน่าสมเพชเมื่อครู่ หมอนั่นยังไม่ถึงระดับผู้สื่อวิญญาณอย่างเก่งก็แค่นักขุดสุสาน หรือไม่ก็ผู้เก็บซากศพ…ไม่สิ อาจไม่ใช่เส้นทางมรณาด้วยซ้ำ แต่เข้าร่วมนิกายวิญญาณเพราะความศรัทธา…เมื่อไคลน์ทราบชื่อเสียงเรียงนามของคาปุสตี้มันก้มหน้าครุ่นคิดอย่างไม่รีบร้อน“พวกคุณทุกคนกลับไปได้ และห้ามมารวมตัวกันอีกเด็ดขาด ห้ามบอกใครด้วย ไม่อย่างนั้น ทุกคนจะต้องตาย”ไคลน์ทวนคำ