ซ้ำด้วยเสียงเข้ม“ผมพูดจริง ถ้ามาอีก…ทุกคนจะตาย”กลุ่มเด็กหนุ่มสาวทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพลางยืนตัวสั่น ฉากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ทุกคนเชื่อคำพูดไคลน์โดยไม่เคลือบแคลงสงสัย
ขณะกลุ่มเด็กเตรียมเดินทางกลับพร้อมกัน เด็กสาวผมดำขลับเงางามพลันชี้นิ้วไปทางเพื่อนผู้กำลังนอนโอดครวญบนพื้น“ข…เขาจะรอดไหมคะ?”“ตอนนี้ยังไม่ตาย แต่ต้องรีบพาไปหาหมอโดยด่วน บอกกับหมอว่าเขาถูกไฮยีน่า สัตว์ชอบกินเนื้อเน่า กัดเข้า”ไคลน์ไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงหันหลังและเดินกลับไปทางแนวปั่า ทางเดียวกับขามากลุ่มเด็กจ้องมองหน้ากันและกันอย่างสั่นกลัว จนกระทั่งใครบางคนโพล่งถาม“ข…ขอโทษค่ะ ขอทราบชื่อคุณได้ไหม”ไคลน์เพียงยิ้มและจงใจตอบกำกวมด้วยเสียงทุ้มต่ำ“ก็แค่ยมทูตธรรมดา…”เมื่อสิ้นเสียง หมอกหนาทึบพลันปกคลุมร่างไคลน์กะทันหันพร้อมกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแน่นอน ทั้งหมดคือภาพมายา
“ยมทูต…?” กลุ่มเด็กต่างพึมพำด้วยสีหน้าเหม่อลอยแต่ละคนมีจินตนาการต่างกันออกไปสายลมเย็นพัดผ่าน เด็กๆ ยืนกอดอกตัวสั่น ก่อนจะช่วยกันพยุงร่างบาดเจ็บของเพื่อน และรีบเดินออกจากทุ่งโล่งโดยไม่หันหลังกลับ…หมอนั่นอาจไม่ใช่สมาชิกนิกายวิญญาณด้วยซ้ำ…น่าผิดหวังชะมัด…แต่ถ้าชื่อนั่นไม่ใช่ของปลอม เราคงต้องลองแวะไปเยี่ยมเยียนตอนกลางคืน ซักถามให้แน่ชัดว่ารู้อะไรมาบ้างรวมถึงต้องสั่งสอนให้จำขึ้นใจว่า ห้ามนำเด็กมาเสี่ยงอันตรายอีกเด็ดขาด…คิดว่าระบำวิญญาณและพิธีกรรมคืนช