หน้า“ทำไมถึงพูดแบบนั้น”“สภาพของอาโดลเหมือนกับคนมีอาการทางจิตมากกว่าหรือถ้าเป็นทางชนบทจะเรียกว่าถูกผีสางเข้าสิง พูดตามตรง ผมค่อนข้างกลัวอยู่เหมือนกัน” สจ๊วตถอนหายใจยาว “มิสเตอร์คอร์โรมันควรพาบุตรชายไปพบจิตแพทย์ ถ้ายังไม่หายก็พาไปหานักบวชของโบสถ์วายุสลาตัน ให้พวกเขาช่วยพรมน้ำมนตร์หรือไม่ก็ประกอบพิธีกรรมรักษา”“ก็ลองแนะนำมิสเตอร์ร็อคดูสิ” ไคลน์เสนอแนะ“ถ้าอาโดลยังไม่ดีขึ้นในอีกสองสามวัน ผมทำแบบนั้นแน่” สจ๊วตชำเลืองไคลน์ชายหนุ่มยิ้มรับ
“แล้วแต่คุณเลย ภารกิจของผมจะจบลงพรุ่งนี้ช่วงบ่าย”หลังจากนั้น นักสืบทั้งสองต่างแยกย้ายเข้าไปในห้องพักผ่อนของตัวเอง…ตีหนึ่งวันถัดมา ภายในห้องนอนอาโดลไคลน์นั่งบนเก้าอี้โยกพร้อมกับกำนกหวีดทองแดงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจ้องมองเปั้าหมายคุ้มกันโดยไม่กล่าวสิ่งใดด้านสจ๊วตกำลังนั่งจิบกาแฟบนโต๊ะไม่ห่างออกไปนักไม่มีใครส่งเสียง เพราะเกรงว่าจะไปทำให้อาโดลผวาตื่นเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน มีเพียงสายลมเย็นเฉียบพัดผ่านห้องทันใดนั้น อาโดลลุกพรวดขึ้นมานั่งพร้อมกับถลึงดวงตาเบิกโพลง“เกิดอะไรขึ้น?” สจ๊วตซักถามประหม่า“ห…ห้องน้ำ…” อาโดลตอบเสียงแผ่ว
ใบหน้าเด็กหนุ่มขาวซีดกว่าปรกติเล็กน้อย ริมฝีปากทวีความม่วงคล้ำจากเดิมก่อนสจ๊วตจะได้กล่าวสิ่งใด นักสืบเชอร์ล็อกลุกยืนพร้อมกับหันมาพยักหน้าให้“ผมดูแลเอง”“ตกลง” สจ๊วตถอนหายใจโล่งอกไคลน์เดินตามหลังอาโดลหนึ่งก้าวในท่ามือล้วงกระเปั๋า ทั้งสองมุ่งห