คลน์รำพันอย่างผิดหวังระหว่างนั้นก็ส่งไม้ค้ำให้สาวใช้ไปเก็บ ก่อนจะพยักหน้ารับเคร่งขรึม“ขอโทษด้วยครับ ผมจะจำใส่ใจไว้”สจ๊วตผู้มีสภาพน่าสมเพชเมื่อครู่ กลับไม่แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เพียงตบบ่าตัวเองแผ่วเบาเพื่อปัดฝุั่น พลางพยุงตัวลุกยืนและซักถามอย่างตื่นเต้น“ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อคุณมาก่อน? มิสเตอร์โมเรียตี้เอ่อ…ผมเองก็ทำงานในวงการนักสืบมานาน รู้จักคนก็มาก แต่ไม่เคยได้ยินชื่อคุณในอดีต”
“ผมเพิ่งมาอยู่เบ็คลันด์เมื่อต้นเดือนกันยายน” ไคลน์อธิบายกระชับ“แบบนี้นี่เอง…” สจ๊วตฉีกยิ้มกว้าง “คืนนี้พวกเราสองคนต้องจับคู่กันทำงาน เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนไปจนถึงเช้าของอีกวัน คุณติดขัดอะไรไหม?”“ไม่” ไคลน์ยังคงยิ้ม“ตกลงตามนี้ พวกคุณควรไปพักผ่อนหลังเสร็จอาหารค่ำจากนั้นค่อยมาผลัดเวรกับฉันหลังเที่ยงคืน” คาสลาน่าเสริมไคลน์ชำเลืองมองอาโดลผู้กำลังสั่นเทาพลางพยักหน้ารับ…ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นตลอดช่วงเย็น คู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นหรูหราไว้ให้เหล่านักสืบ แต่ปราศจากเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอลล์ทั้งหมดหลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำ ไคลน์และสจ๊วต นักสืบหนุ่มเคราดก เดินตามกันขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน แถบนี้ทั้งหมดเป็นห้องนอนสำหรับแขก
เมื่อปลอดสายตาผู้คน สจ๊วดส่ายหัวพลางกล่าวตัดพ้อ“เชอร์ล็อก คุณเองก็คงเห็นใช่ไหม ปัญหาของอาโดลไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องแก้แค้น”สหาย นายสายตาดีเหมือนกันนี่…ไคลน์ไม่เปลี่ยนสี