บ้านหมายเลข 2 ถนนดารารัตน์ไคลน์พยักหน้าให้อะซิกเล็กน้อย จากนั้นก็เดินมาหยุดยืนหน้าบ้านตัวเองและหยิบกุญแจออกมาไขเมลิสซ่ากลับถึงบ้านแล้ว เมื่อได้ยินเสียงกุกกักจากหน้าประตู เด็กสาวรีบเดินออกจากห้องครัวมาชะเง้อศีรษะมองหล่อนพบไคลน์ ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ มุมปากยกขึ้นอย่างมีความสุข“ฉันซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารมาเพียบ! มีทั้งอกไก่ มันฝรั่ง หัวหอม ปลา หัวผักกาด และถั่ว…จริงสิ ยังมีน้ำผึ้งอีกหนึ่งโหล”น้องสาว เธอคุ้นเคยกับชีวิตหรูหราแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร…ไคลน์รำพันอย่างมีความสุข“ฝากทำอาหารมื้อเย็นให้เบ็นสันด้วย ไม่ต้องเผื่อส่วนของฉัน เพราะต้องเดินทางออกนอกเมืองชั่วคราว คงไม่กลับจนถึง
เช้า เป็นงานของอาจารย์คณะประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยโฮอี้มิสเตอร์อะซิก”ขณะพูด ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังรถม้าซึ่งจอดรอริมถนนนอกบ้านริมฝีปากเมลิสซ่าขยับขึ้นลงสองสามหนคล้ายกับพยายามจะกล่าวบางสิ่ง แต่สุดท้ายก็กลืนลงคอ“เข้าใจแล้ว”ไคลน์โบกมือลาน้องสาว ก่อนจะปิดประตูและเดินออกจากบ้านเพื่อขึ้นรถม้าชนิดเช่ารายชั่วโมงมันและอะซิกใช้เวลาสองชั่วโมง สี่สิบนาทีสำหรับเดินทางไปยังหมู่บ้านลามุดเป็นเวลาเกือบสามทุ่ม ท้องฟั้ามืดสนิท แสงสว่างเดียวมาจากจันทร์แดงและหมู่ดารา ส่องลอดผ่านกลุ่มเมฆเบื้องบน ช่วยส่งเสริมความสว่างสีเหลืองนวลจากโคมไฟถนนหลังจากบอกให้คนขับจอดรอในหมู่บ้านไคลน์นำทางอะซิกไปยังปราสาทร้างบนภูเขา
ขณะเดิน ชายหนุ่มตระหนัก