ว่าอะซิกกำลังก้าวขาด้วยความเร็วสูง ฝีก้าวว่องไวจนเกือบเป็นการวิ่งจอกกิ้ง จนกระทั่งอะซิกเป็นฝั่ายเดินนำหน้าเสียเองไคลน์ต้องการกล่าวบางสิ่งในตอนแรก แต่ก็ฉลาดพอจะเงียบไว้ เนื่องจากเหลือบเห็นสีหน้าขึงขังของมิสเตอร์อะซิกด้วยความเร็วไม่ธรรมดา คนทั้งสองเดินทางมาถึงปราสาทโบราณในเวลาไม่นานปราสาทผุพังจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ยอดแหลมมุมสี่ทิศเหนือกำแพงมีลักษณะเสื่อมโทรม บรรยากาศทั้งน่าขนลุกและชวนอึดอัดอะซิกแหงนมองปราสาทโบราณพลางลดความเร็วลงจนกระทั่งหยุดนิ่งมันกวาดสายตาสำรวจสิ่งก่อสร้างจากยุคสมัยอดีตด้วยดวงตาเหม่อลอย คล้ายกับความฝันกำลังซ้อนทับกับความเป็นจริง
ทันใดนั้น อะซิกพลันส่งเสียงครางในลำคอพร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บแปลบ มือขวาเลื่อนขึ้นมาจับหน้าผาก มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนปูดโปนบิดเบี้ยวลักษณะหวาดเสียว“มิสเตอร์อะซิก เกิดอะไรขึ้น!?”ไคลน์ถามพลางกระทบฟันกรามเปิดเนตรระหว่างโดยสารรถม้า ชายหนุ่มลองทำนายด้วยการโยนเหรียญ เพื่อตรวจสอบว่า ภารกิจสำรวจปราสาทวันนี้มีอันตรายหรือไม่ผลออกมาว่าปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไคลน์มิได้เชื่อคำทำนายเต็มร้อยมันไม่ลดความระมัดระวังตัวลงยิ่งไปกว่านั้น อะซิกไม่ใช่มนุษย์ปรกติ ชายหนุ่มไม่มีทางทราบเลยว่า อีกฝั่ายจะแสดงท่าทีเช่นไร เมื่อสามารถเรียกคืนความทรงจำกลับมาได้บางส่วน สมาธิจึงจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์รอบตัวเป็นพิเศษ
อะซิกไม่ตอบ เพียงเดินตรงไปข้างหน้าสามก้าว มือขวาเลื่อนออกจากหน้าผา