ก และชี้ตรงไปยังปราสาทเบื้องหน้า เสียงแหบพร่าพรายปนสั่นเครือถูกเปล่งออกจากปาก“ผมเคยเห็นปราสาทหลังนี้ในความฝัน สมัยนั้น ยอดหอคอยแหลมทั้งสี่ยังคงเด่นตระหง่านในสภาพสมบูรณ์ กำแพงปราสาททุกด้านแข็งแกร่งดุจดังผาหิน ยังจำได้แม่นยำว่า ตรงนี้เป็นคอกม้า ตรงนี้เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ตรงนี้เป็นค่ายทหารด้านนอกเป็นสวนปลูกมันฝรั่งและมันหวาน ส่วนตรงนั้นเป็นลานฝึก…ผมมีทายาทหนึ่งคน เขาเป็นเด็กผู้ชายแข็งแรง อายุราวเจ็ดแปดขวบ ชอบวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานพร้อมลากดาบใหญ่ขนาดมหึมาติดตัวไปไหนมาไหน และมักพูดเสมอว่า โตขึ้นจะเป็นอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้…”“ภรรยาของผมชอบบ่นว่า บรรยากาศภายในปราสาทมืดสลัวเกินไป เธอชอบแสงสว่างและความอบอุ่นมากกว่า…”…ไคลน์สำรวจสีออร่าของอะซิกอย่างตั้งใจ
ทุกคำพูดจากปากอีกฝั่ายทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกไปทั่วร่างอารมณ์หลากหลายพลันปันปั่วนภายในใจไคลน์อย่างล้นทะลัก ราวกับกำลังเผชิญความฝันแบบเดียวกับอะซิกทุกประการหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ปราสาทหลังนี้มีความเกี่ยวข้องกับมิสเตอร์อะซิกจริงชายคนนี้คือปฐมบารอนลามุดจริงหรือ ตัวตนจากสมัยอดีตกาลราวหนึ่งพันสี่ร้อยปีก่อนคนนั้นเนี่ยนะ…ไคลน์ครุ่นคิดด้วยท่าทีตกตะลึงเขายังเป็นมนุษย์แน่ใช่ไหม หรือว่าแท้จริงแล้วเป็นวิญญาณร้ายไม่สิ ไม่ใช่อย่างหลังแน่ วิญญาณร้ายไม่มีทางเผชิญแสงแดดอย่างสบายใจเช่นนี้ แถมยังเข้าใกล้เหยี่ยวราตรีโดยไม่รู้สึกถึงอันตราย…ไคลน์ครุ่นคิดหาความเป็