นจนเปลี่ยนให้บรรยากาศรอบห้องดำมืดและน่าขนลุกไคลน์บรรจงขยับฝั่าเท้าถอยหลัง พยายามยืนใกล้บันไดหินให้มากเข้าไว้
ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่าอะซิกมีจิตใจแข็งแกร่ง แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้เช่นกันว่า อีกฝั่ายจะไม่คลุ้มคลั่งและทำร้ายคนใกล้ตัวอย่างกะทันหัน จำเป็นต้องรักษาชีวิตให้ปล่อยภัยไว้ก่อนทุกวินาทีผ่านไปอย่างอึดอัด จนกระทั่งครบสามนาที่ ไคลน์เหลือบเห็นอะซิกใช้มือพยุงร่างตัวเองเพื่อลุกขึ้นยืนบรรยากาศรอบตัวมิสเตอร์อะซิกเปลี่ยนไปหน่อยหรือเปล่า…ไคลน์รำพันสัมผัสวิญญาณชายหนุ่มบ่งบอกชัดเจนว่ามิสเตอร์อะซิกไม่ใช่คนเดิม แต่เนตรวิญญาณกลับไม่พบความเปลี่ยนแปลงทางสีออร่าหรือสุขภาพอะซิกยังคงห่อเหี่ยว หดหู่ และเจ็บปวด…ไคลน์ประเมินอีกฝั่ายอย่างใจเย็น ภายในใจตระหนักว่าอาจารย์ผิวแทนตรงหน้า มีลักษณะสง่าผ่าเผยกว่าปรกติเล็กน้อย แต่ก็มาพร้อมบรรยากาศมืดมนจนอธิบายไม่ถูก“ผมได้รับความทรงจำคืนมาบางส่วน แต่เป็นส่วนน้อยมากหากเทียบกับทั้งหมด”
อะซิกอธิบายเสียงเย็นชา“แล้วก็…ผมสัมผัสถึงพลังชนิดเดียวกับความไม่กลมกลืนในโชคชะตาของคุณ”“เอ๋?” ไคลน์โพล่งเสียงหลงสีหน้ามันกำลังประหลาดใจสุดขีด“คุณแกะรอยต้นตอได้ไหม!”บุคคลชักใยเบื้องหลัง บุคคลในนิมิตปล่องไฟแดง นอกจากจะสร้างความไม่กลมกลืนในดวงชะตาของตนแล้ว ยังเดินทางมายังหมู่บ้านลามุดเพื่อขโมยกะโหลกของอัศวินเกราะดำไปด้วยงั้นหรือมันคิดจะทำอะไร และทำไปเพื่ออะไรกัน“เหตุการณ์ผ่านมาสักพักแล้ว แต่ผมจ