ากเดินได้เพียงสองก้าว ไคลน์ตัดสินใจวางไม้ค้ำพิงไว้กับรั้วโลหะ สลับลูกโม่มาถือด้วยมือซ้ายแทนมือขวาที่ว่างอยู่ ทำการปลดโซ่เงินรอบข้อมือซ้ายและปล่อยให้จี้บุษราคัมห้อยลงพื้นตามแรงโน้มถ่วงไคลน์รอให้ลูกตุ้มวิญญาณหยุดนิ่ง ก่อนหลับตาลงและเข้าฌาน ปากพึมพำประโยคทำนายเสียงค่อย“สัญญาณเมื่อครู่เป็นภาพลวงตา”“สัญญาณเมื่อครู่เป็นภาพลวงตา”…เมื่อครบเจ็ดครั้ง มันลืมตาและพบลูกตุ้มวิญญาณกำลังหมุนในทิศทวนเข็ม“ไม่ใช่ภาพลวงตา…”ไคลน์รีบเก็บจี้บุษราคัมใส่กระเปั๋าเสื้อ ก้มหยิบไม้ค้ำที่วางพิงไว้ และเดินตรงไปทางประตูรั้วทรงโค้งซึ่งเป็นทางเข้าบ้านสองชั้นสีฟั้าอมเทา
จากนั้น มันใช้มือขวาที่แต่เดิมถือลูกโม่ หยิบไม้ค้ำไปถือซ้อนกัน และใช้มือซ้ายว่างๆ จับประตูรั้วเลื่อนเปิดเพียงพริบตา ไอเย็นปริมาณมหาศาลพลันแล่นเข้าสู่ร่างคล้ายกับใครบางคนแอบเทถังน้ำแข็งใส่ศีรษะโดยไม่บอกกล่าวลำตัวพลันสั่นสะท้าน ไคลน์สะดุ้งเฮือกพร้อมกับรีบชักมือซ้ายหดกลับ ฟันกรามกระทบแน่นในลักษณะหนาวเหน็บ“เพิ่งเข้าฤดูหนาวไม่ใช่หรือไง…”ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากดาวบนท้องฟั้า รวมถึงโคมไฟแก๊สบนถนน ไคลน์มองเข้าไปในสวนดอกไม้หลังซี่รั้วโลหะเหนือแปลงดินสีน้ำตาลอมดำ มันเห็นกิ่งไม้แห้งและดอกไม้เหี่ยวเฉาถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวละเอียดสุดยอด…มันไม่อยากเชื่อในภาพที่เห็น ไคลน์รีบแตะหว่างคิ้วสองข้างเพื่อเปิดเนตรวิญญาณ ขณะเดียวกันนำไม้ค้ำมาถือไว้ในมือซ้ายตามเดิม และใช