นคดีนั้นไม่มีเจตนาโจมตีเดอไวล์ตั้งแต่แรกแล้ว
ไคลน์ครุ่นคิดขณะเดินเข้าไปในห้องที่มีแท่นบูชาวางใจกลางหุ่นกระบอกลักษณะหยาบจำนวนมากกระจัดกระจายบนโต๊ะกลมขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก เทียนไขสามเล่มตั้งเด่นตระหง่านในสภาพดับมอดดันน์·สมิทกำลังยืนข้างโต๊ะกลมโดยหันหลังให้ไคลน์ สีหน้าของมันดำมืดขณะกวาดสายตาพิจารณาหุ่นกระบอกอย่างละเอียดผู้เก็บซากศพ ฟราย กำลังยืนแหงนหน้ามอง ‘เงาดำ’หรือก็คือวิญญาณสีดำโปร่งแสงสีหน้าของมันกำลังเอ็นดูและห่วงใย ปากพึมพำบางสิ่งคล้ายกับพยายามปลอบประโลมหมู่ดวงวิญญาณแสนอาภัพให้สงบฟรายยื่นมือออกไปหวังสัมผัส แต่ก็ทะลุผ่านร่างวิญญาณไปโดยมิอาจจับต้องวิญญาณดำมืดมิได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดต่อหน้าฟราย ราวกับพวกมันมองอีกฝั่ายเป็นพวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกัน
เมื่อเลียวนาร์ด·มิเชลเห็นไคลน์เดินเข้ามาในห้อง มันเปลี่ยนสำเนียงพูดให้อ่อนโยนลง แต่ยังคงเปียมด้วยเสน่ห์และความน่าเกรงขาม“ฟั้ายามเช้า เงียบสงัด จิตสงบ สอดบรรจบ ใจคน ทนเศร้าหมอง ใบไม้แห้ง ส่องกระทบ แดดแสงทอง ผลเกาลัด ลอยล่อง สัมผัสดิน”…ขณะบทกวีปลอบประโลมดังก้องไปทั่วห้อง ไคลน์เริ่มสัมผัสได้ว่า แม่น้ำทัสซอคทุเลาความเกรี้ยวกราดของคลื่นลงจนเกือบหยุดนิ่ง เผยให้เห็นภาพสะท้อนจันทร์แดงสง่างามบนฟั้าเงาดำอาฆาตเริ่มสงบลง มิได้พุ่งเข้าหาลมหายใจอุ่นๆ ของเหล่าเหยี่ยวราตรีเหมือนก่อนดันน์วางหุ่นกระบอกลง หันมาพูดกับไคลน์ด้วยเสียงทุ้มต่ำ“ที่นี่เคยเป็นแท่นบูช