การที่สาม พวกมันเคารพนับถือกลางคืน แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัว ชาวเมืองที่นี่เรียกขานเทพของมันว่า‘ผู้ปกครองยามรัตติกาล มารดาแห่งผืนนภา’ประการที่สี่ และเป็นปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เพราะเหตุใด บนยอดเขาถึงไม่มีสุสานหรือหลุมศพแม้แต่แห่งเดียว คล้ายกับว่าชาวเมืองที่นี่มีอายุขัยชั่วนิรันดร์ ไม่จำเป็นต้องฝังแต่ภาพวาดจิตรกรรมกลับอธิบายในสิ่งตรงกันข้าม มีการวาดถึงชีวิตหลังความตาย และพวกมันเชื่อว่า ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ตายไป จะคอยปกปั้องคนในครอบครัวยามค่ำคืนมนุษย์ที่นี่จึงนิยมเก็บรักษาซากศพคนตายไว้ในบ้านตัวเองอย่างน้อยสามวันกระนั้น ภาพวาดก็มิได้ระบุว่าชาวเมืองนำศพไปฝังไว้ที่ใดไคลน์จิบกาแฟเพิ่มหนึ่งอึก ก่อนจะเขียนสรุปสิ่งที่ตนตกผลึกจากการอ่านหนังสือลงบนกระดาษมารดาแห่งท้องนภา นับเป็นพระนามที่ยิ่งใหญ่อลังการ คงไม่ใช่ตัวตนธรรมดาแน่
ส่วนผู้ปกครองยามรัตติกาล ชื่อนี้คล้ายคลึงกับเทพธิดารัตติกาลมากหรือจะเป็นรากฐานของโบสถ์รัตติกาล?อารยธรรมรอบยอดเขาโฮนาซิสที่คณะเดินทางบังเอิญพบเข้า ยังถูกคงสภาพไว้เหมือนใหม่อย่างน่าเหลือเชื่อ คล้ายกับไม่เคยมีใครเดินทางไปสำรวจที่นั่นมาก่อนภาพวาดและจิตรกรรมหลายชิ้นมีสภาพสมบูรณ์ไร้รอยตำหนิ บ้านบางหลังยังมีเครื่องครัววางเรียงรายบนโต๊ะอาหารบางหลังพบอาหารที่ทานค้างไว้ แห้งแข็งเกรอะกรังคาอยู่เช่นนั้น บางห้องมีถ้วยแอลกอฮอล์ซึ่งถูกเจือจางจนมีสภาพไม่ต่างจากน้ำเปล่าเกิดอะไรขึ้นกั