เช้าวันถัดมา ไคลน์ที่ฟืนฟูอาการอ่อนเพลียจนหายขาด ย่างกรายขึ้นบันไดสำนักงานบริษัทหนามทมิฬอย่างใจเย็น“อรุณสวัสดิ์ไคลน์ วันนี้อากาศดีและเย็นสบายมาก ฉันรองานเลี้ยงช่วงค่ำไม่ไหวแล้ว”โรแซนในเดรสเขียวอ่อน กล่าวทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มสดใสไคลน์เลื่อนมือลงไปจับท้อง“มิสโรแซน คุณไม่ควรถึงพูดเรื่องอาหารในตอนที่ยังเช้าตรู่…แค่คิดถึงงานของวันนี้ก็ทำเอาท้องไส้ปันปั่วนแล้ว ได้แต่หวังให้ตอนเย็นมาถึงไวๆ”“เหมือนกัน”โรแซนคิกคัก จากนั้นก็เหลียวมองซ้ายขวา ก่อนจะโบกมือให้ไคลน์เดินเข้าไปใกล้เธอกระซิบเสียงค่อย
“ฉันเพิ่งได้พบมาดามดาลี่ย์มา”“ผู้สื่อวิญญาณดาลี่ย์?”มันโพล่งอย่างประหลาดใจผู้สื่อวิญญาณที่โด่งดังที่สุดของแคว้นอาโฮว่า เธออาศัยอยู่ที่ท่าเรือเอ็นมาร์ทเสมอ ซึ่งนั่นค่อนข้างไกลกับทิงเก็น“อื้อ!”โรแซนพยักหน้าหนักแน่นก่อนอธิบายต่อ“แต่เธอกลับไปแล้ว…ถ้าได้เป็นผู้สื่อวิญญาณบ้าง ฉันจะไปจากทิงเก็นและท่องโลกกว้างทันที! ไม่ว่าจะอินทิส ฟุซัคหรือเฟเนพ็อต…ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจี ปั่าดงดิบ รวมถึงทุ่งหิมะขาวโพลน!”คุณสุภาพสตรี อย่าลืมกฎเหล็กของเหยี่ยวราตรีสิครับ…ไคลน์ส่ายศีรษะขบขัน“แม้แต่มาดามดาลี่ย์ยังต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็นพิเศษเพื่อให้ได้อยู่ที่เอ็นมาร์ท”
“ฉันรู้น่า! ช่วยอย่าเพิ่งขัดและทำลายความฝันของสาวน้อยจะได้ไหม!”โรแซนทำแก้มปั่อง“ฉันไม่มีทางเป็นผู้วิเศษตั้งแต่แรกแล้ว มันน่ากลัวเกินไปไม่รู้จะถูกยิงตายตอนไห