น ในสายตาของฉัน ผู้วิเศษไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่แปลงร่างเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อสู้กับสัตว์ประหลาด”“อาร์คบิชอปยานิสเคยกล่าวว่า พวกเราคือผู้พิทักษ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์น่าสมเพชที่ต้องต่อสู้กับภัยคุกคามและความบ้าคลั่งของโลก”ไคลน์เสริมพร้อมกับถอนหายใจยาว มันค่อนข้างฝังใจกับวลีดังกล่าวการจะสู้กับนรก ตนต้องคอยระมัดระวังการกัดกร่อนและเย้ายวนจากนรกบทสนทนาทั้งสองพลันเงียบงันสักพัก จนกระทั่งโรแซนเป็นฝั่ายเริ่ม เธอใช้คางชี้ไปยังทิศทางหลังฉากกั้น
“หัวหน้าบอกว่า ถ้าคุณมาถึงแล้วให้ไปพบเขาที่ห้องทำงาน”“เข้าใจแล้ว”ด้วยไม้ค้ำในมือ ไคลน์เดินผ่านฉากกั้นและเคาะบานประตูจากนั้นก็หมุนเปิดพร้อมกับย่างกรายเข้าไปในห้องชายวัยกลางคนผู้มีนัยน์ตาเทาลุ่มลึก ศีรษะเถิกเล็กน้อยตามช่วงอายุ ดันน์·สมิทวางถ้วยกาแฟลงและยิ้ม“ดาลี่ย์มาที่นี่เมื่อครู่”“ถ้าผมพูดว่าประหลาดใจคงเป็นการโกหก มิสโรแซนแอบเล่าให้ฟังแล้วครับ”ไคลน์ยิ้มแห้งดันน์ไม่ถือสามุกตลก มันถอนหายใจสั้นๆ ก่อนจะเล่าต่อ“ดาลี่ย์เพิ่งถูกส่งตัวไปประจำการที่มุขมณฑลเขตเบ็คลันด์ เขตที่วุ่นวายที่สุดของอาณาจักร มีจำนวนผู้วิเศษสูงสุด
และมีโอกาสเจริญก้าวหน้ามากที่สุด…เธออาจได้เป็นอาร์คบิชอปหรืออาวุโสใหญ่ของโบสถ์ก่อนผม”“เพราะอะไรครับ?”ไคลน์ถามเสียงฉงนพลางนั่งลงดันน์ใช้เวลานึกนานถึงยี่สิบวินาทีก่อนตอบ“เธอมีพรสวรรค์พิเศษในการย่อยพลังโอสถได้ชะงักงัน…ผมเคยเล่าให้คุณฟังแล้วใช่ใ