ทำ ไฉนเจ้าไม่สนใจศึกษาศัตรูตัวเองสักนิดหนอ ข้ามีพลัง
กลืนกินแข็งแกร่ง เติมปราณได้รวดเร็ว การลิดรอนพลังของเจ้าใช้ไม่ได้กับข้า”
เมื่อสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของทะเลโลหิตกลืนกินนี้ได้ ชิวซื่อผิงก็ตื่นตะลึง
แน่นอน เขารู้ว่าเจียงผิงอันมีพลังกลืนกิน แต่มิคาดว่าพลังกลืนกินจะน่ากลัวขนาดสูบพลังจากยอดฝีมือระดับเซียนได้โดยตรงเช่นนี้!
ปรากฏว่าเจียงผิงอันรู้แผนของเขามาแต่แรก และรอเล่นงานเขาสู่ขุมนรกยามพร้อมตอบโต้อยู่
โทสะและความพรั่นพรึงกระจายตัวในอกเขา ชิวซื่อผิงมิคาดเลยว่าจะมีวันที่เขาต้องกลัวผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนผู้หนึ่งด้วย
นี่แหละจุดประสงค์ของเจียงผิงอัน ทรมานเขาทีละน้อย ปล่อยให้เขาพังทลายท่ามกลางความเจ็บปวด
มีแต่ต้องทำเช่นนี้ เขาจึงล้างแค้นชิวซื่อผิงที่ไล่ล่าเขาในกาลก่อน ล้างแค้นให้พี่ใหญ่อวี๋เปย ทวงความยุติธรรมให้รากเซียนอัสนีหยินที่เสียไปได้
เดิมที เจียงผิงอันมีหกรากเซียนหกพรสวรรค์ แต่เพื่อช่วยชีวิตพี่ใหญ่อวี๋เปย เขาจึงสังเวยหนึ่งพรสวรรค์
สีหน้าของชิวซื่อผิงแปรเปลี่ยนไปมา ภายใต้พลังกลืนกินชวนขวัญผวานี้ หากเลือดเนื้อถูกกลืนกินไป ก็ไม่มีแม้แต่โอกาสหวนคืน
เขากำหมัดแน่น “ข้าเต็มใจจำนน เป็นผู้อารักขาให้เจ้า”
การที่เซียนอย่างเขายอมจำนนแก่ปุถุชนได้นั้นต้องใช้ความกล้ามหาศาล อย่าว่าแต่เซียนมนุษย์เลย แค่ให้ใครสักคนจำนนต่อศัตรูก็ยากยิ่งแล้ว
ชิวซื่อผิงรู้ว่าตัวเขาขณะนี้มิอาจพิชิตเจียงผิงอันได