ิ่งสั่นเทา สายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยโทสะแต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร อันจิ่วเม่ยก็ยกมือที่สั่นระริกขึ้นประคองใบหน้าของเขา เธอออกแรงเพียงน้อยนิดเพื่อดึงให้เขาหันกลับมามองเธอ ใบหน้าที่ใกล้ชิดกันทำให้เธอเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“เจียเฟิ่ง…ฉันไม่เป็นไร มองฉันสิ…” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น
หลี่เจียเฟิ่งสบตาเธอ สายตาที่เคยเต็มไปด้วยโกรธเกรี้ยวค่อย ๆอ่อนลง มือของเขาเอื้อมไปลูบใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอเบา ๆ“อันจิ่วเม่ย…ขอโทษนะ ฉันขอโทษ…ไม่เป็นไรแล้ว” เขาเอ่ยเสียงสั่น ความรู้สึกผิดกัดกินใจเพียงได้ยินคำพูดนั้น ความอดทนของอันจิ่วเม่ยก็พังทลายความเจ็บปวดที่เธออดกลั้นไว้ไม่ให้แสดงออกพลันวิ่งแล่นไปทั่วร่างหัวของเธอปวดร้าวจนแทบยกไม่ขึ้น ความเหนื่อยล้าจากบาดแผลและการดิ้นรนเอาชีวิตรอดทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะขาดใจ“เจียเฟิ่ง…ฉัน…” เธอเอ่ยเพียงคำสั้น ๆ ก่อนร่างกายที่อ่อนแรงจะทรุดลงในอ้อมแขนของเขา สติที่เหลืออยู่เลือนรางพลันดับวูบหลี่เจียเฟิ่งประคองร่างอันไร้สติของอันจิ่วเม่ยในอ้อมแขน เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช ้าและซีดเซียวจนแทบไม่มีสีเลือดร่างของเขาสั่นเล็กน้อย แต่เสียงเรียกของเขากลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยความร้อนใจ“อันจิ่วเม่ย! จิ่วเม่ย!” เขาตะโกนเรียกซ ้า ๆ หวังว่าเธอจะลืมตาขึ้นมาสักครั้ง แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับจากเธอไม่รอช้า เขาจัดการอุ้มเธอขึ้นบนหลังอย่างระมัด