สองปีเต็ม เธอแกล้งทำตัวว่าง่าย ไม่ก่อปัญหาและเก็บเงินค่าเช่าบ้านจากยุวชนในหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบ เพื่อวางแผนชำระแค้นครั้งนี้อย่างรอบคอบเมื่อได้เงินก้อนหนึ่ง เธอหลบหนีเข้าเมืองไปติดต่อแก๊งค้ามนุษย์ลับ ๆ และวางแผนดักจับตัวอันจิ่วเม่ยหลังจากสืบรู้ว่าอีกฝ่ายมักจะแวะมาตรอก 47 ทุกสัปดาห์เพื่อพบพนักงานสหกรณ์
ซื่อหงหันกลับมามองอันจิ่วเม่ยอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างที่อิดโรยจนแทบไร้เรี่ยวแรง เธอแสยะยิ้มด้วยความสะใจ แต่ความโกรธที่สะสมมานานกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง ดวงตาแดงก ่าเหมือนคนบ้าคลั่ง เธอเดินขากะเผลกออกไปหยิบท่อนฟืนที่วางอยู่หน้าประตู ก่อนกลับเข้ามาและฟาดมันลงบนขาข้างหนึ่งของอันจิ่วเม่ยด้วยแรงทั้งหมดที่มี“โอ๊ย!” เสียงร้องของอันจิ่วเม่ยดังก้องในความเงียบ ความเจ็บปวดราวกับขากำลังจะแตกเป็นเสี่ยงทำให้เธอหอบหายใจแทบไม่ทัน“แกมันทำลายชีวิตฉัน! ทำลายอนาคตลูกชายฉัน! ถ้าฉันต้องขาพิการ แกก็ต้องไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตสุขสบายเหมือนกัน!” ซื่อหงคำรามลั่น น ้าเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ขณะที่เธอยกท่อนฟืนขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะฟาดลงไปอีกเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากทางหน้าห้อง โจรสองคนที่เพิ่งกลับมาหลังจากไปทำแผลเปิดประตูเข้ามา พวกมันมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เมื่อเห็นซื่อหงที่คลุ้มคลั่งจนไร้สติโจรร่างผอมเดินเข้ามาดึงท่อนฟืนออกจากมือซื่อหงแล้วโยนมันทิ้งไป “พอเถอะป้า! ถ้าตีมันขาหักไปขนาดนี้ แล้วจะให้บอกลูกค้