เธอพึมพำกับตัวเองตราบใดที่ฐานทัพยังไม่มีประกาศว่าเขาเสียชีวิต เธอก็ไม่มีวันยอมให้ความหวังนั้นเลือนหายไป
อันจิ่วเม่ยเดินไปที่จุดรับส่งจดหมายประจำเมือง หย่อนซองจดหมายลงไปในกล่องเหล็กอย่างตั้งใจ ทุกครั้งที่ส่งจดหมาย เธอรู้สึกเหมือนกำลังส่งส่วนหนึ่งของหัวใจไปถึงเขาหลังจากส่งจดหมายเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยเดินทางต่อไปยังบ้านของฟางหรู แม้ภายนอกบ้านยังดูเก่าโทรม แต่ภายในเริ่มมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่เล็ก ๆ น้อย ๆ ตกแต่งอยู่ บ่งบอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น“สหายอัน! มาแล้วเหรอ?” ฟางหรูเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เธอถือถาดขนมและน ้าหวานมาด้วย“สวัสดีค่ะพี่ฟางหรู ฉันแวะมาเอารายการที่มีคนสั่งไว้” อันจิ่วเม่ยกล่าว พลางนั่งลงที่ม้านั่ง“เดี๋ยวรอฉันสักครู่ ฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” ฟางหรูกล่าวพลางวางถาดขนมลงบนโต๊ะ “กินขนมรองท้องก่อนสิ นี่ของหวานสูตรใหม่ที่เพื่อนบ้านสอนมา”อันจิ่วเม่ยยิ้มขอบคุณ ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมาชิม “อร่อยมากเลยค่ะพี่ฟางหรู ถ้าทำขายคงมีคนติดใจแน่ ๆ”ฟางหรูหัวเราะเบา ๆ “ตอนนี้ฉันทำแค่อยากหาอะไรทำนะ”ทั้งสองพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย อันจิ่วเม่ยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของฟางหรู ขณะที่อีกฝ่ายเล่าถึงชีวิตใหม่ที่เปลี่ยนไป หลังจากที่เธอนำเสื้อผ้าของอันจิ่วเม่ยไปขาย
“แม้ว่าตอนนี้ทางประเทศยังไม่อนุญาตให้ขายเสื้อผ้าอย่างเปิดเผย แต่การรับรายการก็สร้างรายได้ให้ฉันไม่น้อยเลยนะ ทุกวันนี้มีลูกค้ามาจองล่วงหน