ม่ยยิ้มออกมาอย่างปลื้มปริ่ม“นี่คงเป็นรสนิยมของเขาสินะ” เธอคิดในใจ พลางสัมผัสกล่องไม้ด้วยความรู้สึกประทับใจ จากนั้นจึงหยิบจดหมายที่ถูกพับอย่างเรียบร้อยขึ้นมาอ่านในจดหมายฉบับแรก หลี่เจียเฟิ่งเขียนตอบคำถามต่าง ๆ ที่เธอเคยถามไว้ เขาเห็นด้วยกับการที่เธออยากพาคุณย่ามาตรวจที่โรงพยาบาลทหาร และยังเข้าใจผิดว่าเธอสนใจจะเข้าคณะนาฏศิลป์อันจิ่วเม่ยหลุดหัวเราะทันทีเมื่ออ่านถึงตอนที่เขาเล่าเรื่องเพื่อนร่วมงานจากคณะนาฏศิลป์ที่ส่งของขวัญแต่งงานมาให้เขา“หลัวลี่เซียนพยายามทำอะไรสักอย่างอีกแล้วสิท่า โดนปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยแบบนี้ ฉันเริ่มเห็นใจเธอนิดหน่อยนะ” อันจิ่วเม่ยคิดในใจพลางหัวเราะเบา ๆตอนนี้เธอมั่นใจอย่างชัดเจนแล้วว่า หลี่เจียเฟิ่งไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ กับหลัวลี่เซียนเลยแม้แต่น้อย ความตรงไปตรงมาและการกระทำของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหล่อนไม่มีที่ยืนในหัวใจของเขาเลยในจดหมายยังมีตัวการ์ตูนที่หลี่เจียเฟิ่งวาดแทรกไว้ เป็นรูปทหารถือกล่องดนตรีในมืออย่างตลกขบขัน อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างเมื่อเห็นสิ่งนี้เพราะเธอเองก็เคยวาดตัวการ์ตูนส่งให้เขาในจดหมายก่อนหน้านี้
“น่ารักจริง ๆ เป็นผู้ชายที่ความรู้สึกช้าชะมัด…” เธอพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแต่เมื่อเธอเปิดอ่านจดหมายแผ่นถัดไป รอยยิ้มของเธอค่อย ๆจางหาย ร่างกายพลันนิ่งแข็ง เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้เอ่ยถึงภารกิจสำคัญที่หลี่เจียเฟิ่งกำลังจะออ