นของตน
ความสามารถที่ได้มาใหม่นั้นไม่เลวเลย เจ้าเฒ่าถานกว่างโซ่วหารู้ไม่ว่าเมื่อครู่ยามเขาใช้ดวงแสงสีขาว เขามิได้เร่งพลังทั้งหมด
อีกฝั่งหนึ่ง สำนักเซียนอวี่หวง ข้างค่ายกลเคลื่อนย้าย
“แน่ใจหรือว่ามิได้เข้าใจผิด? เจียงผิงอันมิได้กลับมาเลยจริง ๆหรือ?”
ใบหน้าของเหมียวเสียผู้มี ‘กล้ามอก’ ยิ่งใหญ่ คละคลุ้งด้วยกลิ่นเมรัยเคร่งขรึม ยกสาบเสื้อศิษย์ผู้ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายมาตั้งคำถามเสียงเครียด
“เรียนศิษย์พี่หญิงใหญ่ ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกในค่ายกลโดยทันทีอยู่แล้ว ไม่มีทางผิดไปได้ ศิษย์น้องเจียงมิได้กลับมาเลยจริง ๆ ขอรับ”
ศิษย์สำนักผู้รับหน้าที่ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายยิ้มฝืดเฝื่อน
เหมียวเสียพลันหน้าเสีย นางตามหาเจียงผิงอันมาเป็นเดือนขณะที่อีกฝ่ายเหมือนจะปลาสนาการไม่เหลือข่าวคราว ทำให้นางเกิดสังหรณ์ร้าย
หากรู้แต่แรก นางคงให้ยันต์สื่อสารกับเจียงผิงอันไว้แต่ต้น จะได้ติดต่อกันง่าย ๆ
เหมียวเสียไปรายงานคนหายกับโถงคุมกฎ และขอให้โถงคุมกฎช่วยนางหา
“ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าโถงคุมกฎจะใช้วิธีใด รีบ ๆ ช่วยข้าหาเจียงผิงอันเสีย หาไม่ข้าจะท้าพวกเจ้าสู้”
ศิษย์โถงคุมกฎทั้งหลายมองหน้ากันเงียบ ๆ
เหมียวเสียยิ่งขมวดคิ้วแน่น “เกิดอะไรขึ้น? ทำหน้าตาแบบนั้นหมายความเช่นไร?”
ความรู้สึกแย่ ๆ ในอกนางยิ่งทวีความแข็งกล้า
ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เจียงผิงอันอาจจะ… ตายไปแล้วนะ”