บ้านเองก็เห็นความพยายามและความตั้งใจของเธอ ดังนั้นเมื่ออันจิ่วเม่ยเอ่ยปากขอให้ช่วยเปลี่ยนงานให้หมิ่นเหลียนซิน เขาจึงตอบรับแทบจะทันที“คุณน่ะมีแต่คนชื่นชอบอยู่แล้ว” อันจิ่วเม่ยเอ่ยพลางยิ้มให้เพื่อนสาว หมิ่นเหลียนซินยิ้มตอบอย่างขอบคุณ ดวงตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้งอันจิ่วเม่ยเดินเข้าไปในบ้าน เห็นย่าอันกำลังนั่งตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่โต๊ะไม้ ข้างกันมีหนังสือเรียนของหมิ่นเหลียนซินเปิดอยู่“คุณย่าคะ กำลังตัดชุดที่หนูออกแบบไว้ให้เหรอคะ ไม่ต้องรีบก็ได้นะ”
ย่าอันเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ย่าไม่มีอะไรทำแล้วนี่ หลังจากสอนงานที่โรงงานเต้าหู้จบไป ทุกอย่างก็ราบรื่นหมด ย่าเลยเอาแบบเสื้อที่หลานวาดไว้มาลองตัดดู แถมได้นั่งคุยเป็นเพื่อนหมิ่นเหลียนซินด้วย”“เธอนี่เก่งไปทุกอย่างจริง ๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าออกแบบเสื้อผ้าได้ด้วย” หมิ่นเหลียนซินที่กำลังอ่านหนังสือเหลือบตามองแบบเสื้อผ้าอย่างทึ่งแบบเสื้อผ้าที่อันจิ่วเม่ยออกแบบมีความแปลกใหม่และสวยงามฝีมือการตัดเย็บของย่าอันก็ละเอียดอ่อนจนสมบูรณ์แบบ หมิ่นเหลียนซินอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเธอกลับไปในเมืองเมื่อไร คงต้องสั่งตัดไว้สักชุดอันจิ่วเม่ยหัวเราะ “ฉันออกแบบไว้ใส่เองน่ะ”หมิ่นเหลียนซินพยักหน้าเห็นด้วย เธอเคยได้ยินเพื่อนยุวชนบางคนพูดถึงอันจิ่วเม่ยในแง่ลบว่าเป็นพวกใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ตอนนี้กลับรู้ความจริงว่าเสื้อผ้าทุกชุดที่ดูสวยงามล้วนเป็นฝีมือของเจ้าตัวเอง หมิ่นเหลียนซินก็อดไม่ไ