นนั้นมีปัญหาจริง ๆ คิดว่าทั้งโลกเป็นหนี้เธอ เห็นคนอื่นอยู่ดีกินดีก็อยากได้ส่วนแบ่ง ถ้าไม่ให้ก็จะอาละวาด แถมยังชอบไปค้นของคนอื่น เธอรู้สึกรำคาญมากอันจิ่วเม่ยคิดสักครู่ “คุณเอาหนังสือมาไว้ที่บ้านฉันก็ได้ อยากอ่านก็มาหาฉัน แล้วเราสองคนจะได้อ่านด้วยกัน”เธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ แม้ตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่การหาเงิน แต่เธอก็รู้ว่าต้องแบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือด้วยเธอไม่ใช่อัจฉริยะที่สามารถทำคะแนนสูง ๆ ได้โดยไม่ต้องเตรียมตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยายามของตัวเองหมิ่นเหลียนซินฟังแล้วรู้สึกดีใจมาก เธอรีบตอบรับด้วยความกระตือรือร้น “ดีเลย!”เมื่อเทียบกับพวกคนที่มีเจตนาไม่ดีในหมู่บ้าน หมิ่นเหลียนซินย่อมเชื่อใจอันจิ่วเม่ยมากกว่าตอนนี้ถ้าถูกจับได้ว่าแอบอ่านหนังสือคงไม่ดีแน่ ในกรณีร้ายแรงอาจถูกพาตัวไปวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าไม่ระวังให้ดีชื่อเสียงก็จะเสียหายจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
หลังจากคุยกระซิบกระซาบกันสักพักหมิ่นเหลียนซินก็กลับไปพร้อมของที่อันจิ่วเม่ยให้มา แม้ว่าของจะอยู่ในตะกร้าสะพายหลัง แต่ก็ถูกพวกยุวชนที่มาล้อมดูเห็นเข้า พวกเขาต่างอิจฉากันใหญ่“เธอเอาของดีอะไรไปให้ ถึงได้ของตอบแทนดีขนาดนี้?”“หล่อนดีกับเธอขนาดนี้ คงจัดการให้เธอไปทำงานที่โรงงานเต้าหู้แน่ ๆ ฉันว่านะ ในช่วงสำคัญแบบนี้ก็ต้องพึ่งของพวกนี้แหละ ไม่งั้นพวกเราลองไปให้ของดูบ้างไหม?”“แบบนั้นไม่ดีหรอก พวกเราไม่สนิทกับสหายหลี่สักหน่อย ตอนนี