อันจิ่วเม่ยมองฟางเจียวเหม่ยอย่างแปลกใจ แต่น ้าเสียงยังคงสุภาพ พูดว่า “คนที่โรงงานเต้าหู้ก็เหมือนกับการหาลูกศิษย์ให้ย่าของฉัน ฉันต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง”ฟางเจียวเหม่ยร้อนใจ “ก็แค่หาคนมาทำงานเหมือนกัน ทำไมถึงไม่เป็นฉันล่ะ? งานในไร่นามันหนักเกินไป ฉันทำไม่ไหว แรงงานที่ได้ก็ไม่พอเลี้ยงตัวเอง ฉันไม่ได้กินอิ่มมานานแล้ว คุณเป็นคนที่มีชีวิตดีที่สุดในหมู่บ้าน แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านก็ยังฟังคุณ ช่วยฉันหน่อยเถอะ!”หล่อนพูดอะไร? แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านก็ยังฟังเธองั้นเหรอ?ถ้าคำพูดนี้หลุดออกไปให้คนอื่นได้ยิน จะไม่เกิดปัญหาขึ้นเหรอ?อันจิ่วเม่ยโกรธทันที เสียงดังขึ้น “โปรดระวังคำพูดด้วย! การที่ฉันจะเลือกใครต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาสอนฉันว่าควรทำอย่างไร คุณกลับไปเถอะ ฉันยังมีธุระต้องทำ”ฟางเจียวเหม่ยไม่ยอมจากไปง่าย ๆ เธอรีบก้าวเข้ามาหมายจะคว้าแขนเสื้อของอันจิ่วเม่ย แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ หมาสามตัวที่อยู่ใกล้ก็พุ่งเข้ามากัดขากางเกงของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียวฟางเจียวเหม่ยตกใจจนตัวแข็ง เธอกลัวว่าจะถูกหมากัด จึงไม่กล้าขยับตัวมาก ได้แต่ยืนจ้องอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาแค้นเคือง ก่อนจะพูดด้วยน ้าเสียงกึ่งตัดพ้อกึ่งเอาเรื่อง
“ฉันลำบากขนาดนี้ คุณยังจะใจร้ายไม่คิดช่วยฉันอีกเหรอ? หรือจะต้องเห็นฉันตายก่อน คุณถึงจะพอใจ!”อันจิ่วเม่ยหรี่ตามองกลับไป ดวงตาของเธอเย็นชาไร้ความรู้สึกใด ๆ รา